ปฏิทินปลูกผักสวนครัว ภาคกลาง ทีละเดือน ตามสามฤดู ร้อน ฝน หนาว
เดือนไหนปลูกผักอะไรดีในภาคกลาง แบ่งตามฤดูร้อน ฝน หนาว ผักที่กรมส่งเสริมการเกษตรบอกว่าเหมาะและไม่เหมาะกับหน้าฝน และวิธีวางรอบปลูกผักใบให้มีกินต่อเนื่อง
- ภาคกลางมีสามฤดู ร้อนราวกลาง ก.พ.-กลาง พ.ค. ฝนราวกลาง พ.ค.-กลาง ต.ค. หนาวราวกลาง ต.ค.-กลาง ก.พ. วันเริ่มจริงเลื่อนไปมาทุกปี
- หน้าหนาวปลูกผักง่ายที่สุด อากาศเย็นช่วยให้ผักโตดี และโรคกับแมลงน้อยลง
- หอมหัวใหญ่ หอมแดง กระเทียม แครอท ไม่เหมาะกับหน้าฝน เก็บไว้ลงหลังฝนหมด
- ผักใบอย่างผักบุ้ง คะน้า ผักกาดหอม เก็บได้ใน 20-35 วัน หว่านเป็นรอบทุก 2-3 สัปดาห์จะมีกินไม่ขาด
ภาคกลางของไทยมีสามฤดู ร้อนราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงกลางเดือนพฤษภาคม ฝนราวกลางเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม และหนาวราวกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ปลูกผักให้ตรงฤดูคือทางลัดที่ได้ผลที่สุดของการปลูกแบบไม่ใช้สาร เพราะผักที่โตในอากาศที่มันชอบจะแข็งแรงและโดนโรคกับแมลงน้อยกว่า
บทนี้เป็นบทที่ 15 รวบรวมจากข้อมูลฤดูของกรมอุตุนิยมวิทยา และคำแนะนำของกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นแนวทางสำหรับผักสวนครัวในภาคกลาง ไม่ใช่ตารางตายตัว
สามฤดูของภาคกลาง
| ฤดู | ช่วงโดยประมาณ | ลักษณะ |
|---|---|---|
| ร้อน | กลาง ก.พ. - กลาง พ.ค. | ร้อนที่สุดช่วงเมษายน ดินแห้งเร็ว |
| ฝน | กลาง พ.ค. - กลาง ต.ค. | ฝนชุกที่สุดช่วงสิงหาคมถึงกันยายน |
| หนาว | กลาง ต.ค. - กลาง ก.พ. | เย็นที่สุดช่วงธันวาคมถึงมกราคม |
วันเริ่มจริงเปลี่ยนทุกปี เช่น ปี 2567 กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเข้าฤดูฝนวันที่ 20 พฤษภาคม กรมจะประกาศเมื่อลม ฝน และอุณหภูมิเปลี่ยนแล้วเท่านั้น
ทำไมหน้าหนาวปลูกง่ายที่สุด
รายงานผักของประเทศไทยที่ตีพิมพ์กับศูนย์ผักโลก (World Vegetable Center) อธิบายว่าอากาศเย็นช่วยให้ผักโตดี และลดโรคกับแมลง ผลผลิตจึงสูงกว่าหน้าร้อน เกษตรกรจึงนิยมปลูกผักช่วงหนาวหลังเก็บข้าว ถ้าเพิ่งเริ่มปลูกครั้งแรก เริ่มช่วงปลายตุลาคมถึงพฤศจิกายนจะผิดหวังน้อยที่สุด
หน้าร้อนกับหน้าฝนก็ปลูกได้ แต่ต้องดูแลเพิ่ม หน้าร้อนต้องคลุมดินและพรางแสง ตามบทผักหน้าร้อน หน้าฝนต้องยกแปลงและระบายน้ำ ตามบทผักหน้าฝน
ปฏิทินทีละเดือน
| เดือน | ฤดู | ลงปลูกหรือเพาะ | ระวัง |
|---|---|---|---|
| ม.ค. | หนาว | ผักกาดหอม ผักใบอายุสั้น หอม กระเทียม แครอท | อากาศแห้ง ดินแห้งเร็วกว่าที่คิด |
| ก.พ. | หนาวต่อร้อน | รอบสุดท้ายของผักกาดหอม เริ่มกระเจี๊ยบเขียว ฟักทอง | เตรียมวัสดุคลุมดินไว้ก่อนร้อนจัด |
| มี.ค. | ร้อน | กระเจี๊ยบเขียว ฟักทอง ผักบุ้ง | คลุมดิน กางซาแลนให้ผักใบ |
| เม.ย. | ร้อนที่สุด | ผักบุ้ง เน้นดูแลแปลงเดิม | น้ำ รดเช้ามืด |
| พ.ค. | ร้อนต่อฝน | กวางตุ้ง ผักบุ้งจีน ถั่วฝักยาว ตำลึง | ยกแปลงให้เสร็จก่อนฝนชุก |
| มิ.ย. - ก.ค. | ฝน | ผักใบอายุสั้น แตงร้าน บวบ มะระ แฟง ฟักทอง ถั่วฝักยาว | ฝนทิ้งช่วง ยังต้องรดน้ำ |
| ส.ค. - ก.ย. | ฝนชุกที่สุด | ผักใบอายุสั้นบนแปลงยกสูง | น้ำขัง โรคเชื้อรา หอยทาก |
| ต.ค. | ฝนต่อหนาว | เริ่มเพาะผักกาดหอม | อย่ารีบลงหอม กระเทียม แครอท จนกว่าฝนหมด |
| พ.ย. - ธ.ค. | หนาว | ผักกาดหอม ผักใบ หอม กระเทียม แครอท | ช่วงทองของผักสวนครัว ลงให้เต็มที่ |
ที่มาของแต่ละช่อง
- หน้าฝน กรมส่งเสริมการเกษตรแนะนำ กวางตุ้ง ผักบุ้งจีน ผักกาดหอม ตำลึง ถั่วลันเตา ถั่วฝักยาว แตงร้าน ฟักทอง แฟง มะระ บวบ และบอกว่าไม่เหมาะ คือ หอมหัวใหญ่ หอมแดง กระเทียม แครอท ปฏิทินนี้จึงย้ายกลุ่มหลังไปลงช่วงหนาวที่ฝนหมดแล้ว
- หน้าร้อน กรมส่งเสริมการเกษตรส่งเสริมพืชใช้น้ำน้อย เช่น ฟักทอง กระเจี๊ยบเขียว แตงโม ถั่วลิสง ถั่วเขียว สำหรับช่วงหลังเก็บข้าวราวพฤศจิกายนถึงเมษายน ในบ้านเลือกตัวที่กินบ่อยอย่างกระเจี๊ยบเขียวกับฟักทอง
- ผักกาดหอม ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตรในรายงานของศูนย์ผักโลกระบุช่วงปลูกราวตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ และเก็บราวพฤศจิกายนถึงมีนาคม
- ผักบุ้ง ข้อมูลชุดเดียวกันระบุว่าปลูกและเก็บได้ตลอดปี
ฤดูไม่ได้เริ่มตามวันที่ในปฏิทิน ดูฝนกับอากาศจริงก่อนลงผัก แล้วใช้ตารางนี้เป็นแค่จุดตั้งต้น
ตัวอย่าง วางรอบปลูกผักใบในหน้าหนาว
ผักใบอย่างผักบุ้ง คะน้า ผักกาดหอม และต้นหอม เก็บได้ใน 20-35 วัน ถ้าหว่านทีเดียวทั้งแปลง จะได้ผักมากเกินกินในสัปดาห์เดียว แล้วไม่มีเลยอีกเดือน ลองวางรอบแบบนี้
- หน้าหนาวยาวราวกลางตุลาคมถึงกลางกุมภาพันธ์ ประมาณ 4 เดือน หรือราว 120 วัน
- ถ้าผักใช้เวลา 35 วัน หว่านรอบเดียวในจุดเดิมจะเก็บได้ราว 120 ÷ 35 ≈ 3 รอบ ถ้าผักโตเร็ว 30 วัน ก็ได้ราว 4 รอบ
- แบ่งแปลง 1 x 2 เมตรเป็นสามช่อง ช่องละราว 0.67 ตารางเมตร
- หว่านช่องแรกต้นพฤศจิกายน ช่องที่สองอีก 2 สัปดาห์ถัดมา ช่องที่สามอีก 2 สัปดาห์ถัดไป
- ช่องแรกเริ่มเก็บได้ราวปลายพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม พอเก็บหมดก็หว่านใหม่ทันที จะมีผักใบให้เก็บทุก 2 สัปดาห์โดยประมาณจนถึงปลายหนาว
ตัวเลขวันเก็บเกี่ยวต่างกันตามพันธุ์ ดูข้างซองเมล็ดเป็นหลัก
ภาคอื่นต้องปรับอะไร
ปฏิทินนี้ทำสำหรับภาคกลาง ภาคเหนือและอีสานหนาวกว่าและปลูกผักเมืองหนาวได้หลากหลายกว่า ส่วนภาคใต้ฝนตกต่อเนื่องได้ถึงราวกลางเดือนมกราคม ช่วงตุลาคมถึงมกราคมยังต้องทำแปลงแบบหน้าฝน ถ้าไม่แน่ใจ สำนักงานเกษตรอำเภอหรือจังหวัดมีคำแนะนำตามพื้นที่
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- ลงหอม กระเทียม แครอท กลางหน้าฝน กรมส่งเสริมการเกษตรจัดผักกลุ่มนี้ไว้ในรายการที่ไม่เหมาะกับหน้าฝน
- ดูแต่เลขเดือน ปีที่ฝนมาช้าหรือหมดช้า ผักที่ลงตามตารางจะเจออากาศผิดฤดู
- หว่านผักใบทีเดียวทั้งแปลง ได้ผักล้นในสัปดาห์เดียว แล้วขาดไปเป็นเดือน
- ลงผักใหม่ช่วงร้อนที่สุดโดยไม่มีน้ำพอ เมษายนร้อนที่สุดของปี ต้นกล้าเล็กรากยังตื้น แห้งเร็ว
- ไม่ปรับตามภาค ใช้ปฏิทินภาคกลางกับภาคใต้ตรง ๆ
แหล่งข้อมูล
- Country Report Thailand: seasons and seasonal temperatures — Thai Meteorological Department / WMO
- แนะเกษตรกรดูแลพืชผักในช่วงฤดูฝน (ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร) — เดลินิวส์
- กรมส่งเสริมการเกษตร ถ่ายทอดความรู้ปลูกพืชสู้แล้ง พืช 5 ชนิด — ไทยรัฐ
- Thailand (Dynamics of Vegetable Production, Distribution and Consumption in Asia) — World Vegetable Center
คำถามที่พบบ่อย
อยู่ภาคเหนือหรือภาคใต้ ใช้ปฏิทินนี้ได้ไหม
ใช้เป็นแนวคร่าว ๆ ได้ แต่ต้องปรับ ภาคเหนือและอีสานอากาศหนาวกว่า ส่วนภาคใต้ฝนตกต่อถึงราวกลางเดือนมกราคม ช่วงที่ภาคกลางเริ่มแห้งแล้ว ภาคใต้ยังต้องทำแปลงแบบหน้าฝนอยู่ ถามสำนักงานเกษตรอำเภอหรือจังหวัดในพื้นที่ได้
ผักอะไรปลูกได้ทั้งปี
ผักบุ้งเป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด ข้อมูลของกรมส่งเสริมการเกษตรระบุว่าปลูกและเก็บได้ตลอดปี ผักใบอายุสั้นอื่น ๆ ก็ปลูกได้หลายฤดู ถ้าหน้าร้อนมีน้ำพอและพรางแสง และหน้าฝนยกแปลงให้น้ำไม่ขัง
ปีนี้ฝนมาช้า ควรเลื่อนปฏิทินไหม
ควรดูอากาศจริงมากกว่าดูเลขเดือน กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเริ่มแต่ละฤดูเมื่อลม ฝน และอุณหภูมิเปลี่ยนแล้ว ถ้าฝนยังตกหนัก อย่ารีบลงผักที่ไม่ชอบฝน ถ้าฝนหยุดเร็ว ก็เริ่มผักหน้าหนาวได้เร็วขึ้น
ข้อมูลเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ใช้ยาประจำ หรือมีโรคตับหรือไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกินสมุนไพรมากกว่าปริมาณในอาหารปกติ