แหนแดง เฟิร์นน้ำตรึงไนโตรเจน เลี้ยงในบ่อเล็ก แล้วใช้เป็นปุ๋ยผัก
แหนแดงมีไซยาโนแบคทีเรียในโพรงใบที่ตรึงไนโตรเจนได้ แห้งแล้วมีไนโตรเจนราว 4.6% เลี้ยงในบ่อเล็ก น้ำลึก 5-10 ซม. ตักครึ่งบ่อเมื่อเต็ม แล้วผสมดินปลูกผัก
- แหนแดงเป็นเฟิร์นลอยน้ำ ในโพรงใบมีไซยาโนแบคทีเรีย Anabaena azollae ที่ตรึงไนโตรเจนจากอากาศ ทั้งสองอยู่แบบพึ่งพากัน
- กรมวิชาการเกษตรวิเคราะห์แหนแดงแห้งได้ไนโตรเจน 4.58% โพแทสเซียม 5.08% และแหนสด 15 กก. ตากแห้งเหลือ 1 กก.
- เลี้ยงให้ดีที่น้ำลึก 5-10 ซม. อุณหภูมิ 25-32 องศาเซลเซียส แสงราวครึ่งหนึ่ง และ pH 5.5-6.5 พอเต็มบ่อให้ตักออกครึ่งบ่อ
- ใช้กับผักกระถาง ผสมแหนสดกับวัสดุปลูก 1 ต่อ 1 หรือแหนแห้ง 20-40 กรัมต่อดิน 1 กก.
แหนแดง (Azolla) คือเฟิร์นน้ำตัวเล็กที่ลอยบนผิวน้ำ ในโพรงใบมีไซยาโนแบคทีเรียที่ตรึงไนโตรเจนจากอากาศ ผลคือแหนแดงมีไนโตรเจนสูงโดยไม่ต้องใส่ปุ๋ยไนโตรเจน กรมวิชาการเกษตรวิเคราะห์แหนแดงแห้งได้ไนโตรเจนราว 4.6 เปอร์เซ็นต์ คนปลูกผักเลี้ยงในบ่อเล็กหรือกะละมังแล้วตักมาทำปุ๋ยได้
บทนี้สรุปงานทดลองของกรมวิชาการเกษตร ทั้งวิธีเลี้ยงในบ่อขนาด 1 × 2 เมตร ตักบ่อยแค่ไหนได้มากสุด และอัตราที่ใช้กับผักกระถางแล้วโตดีที่สุด
เฟิร์นกับแบคทีเรีย ทีมผลิตไนโตรเจน
ด้านหลังของใบแหนแดงมีโพรงเล็ก ๆ ที่สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน หรือไซยาโนแบคทีเรียชื่อ Anabaena azollae อาศัยอยู่ แบบพึ่งพากัน คล้ายไรโซเบียมในปมรากถั่ว แบคทีเรียตรึงแก๊สไนโตรเจนจากอากาศเปลี่ยนเป็นแอมโมเนียมให้แหนแดงใช้ แหนแดงให้ที่อยู่และอาหาร
กรมวิชาการเกษตรระบุว่าสายพันธุ์ที่กรมฯ แนะนำให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์พื้นเมืองถึง 10 เท่า และในนาข้าวขยายเต็มพื้นที่ได้ราว 3 ตันสดต่อไร่ภายใน 30 วัน
มีธาตุอาหารอะไรบ้าง
| ธาตุ (ในแหนแดงแห้ง) | ค่าที่กรมวิชาการเกษตรวิเคราะห์ |
|---|---|
| ไนโตรเจน | 4.58% |
| ฟอสฟอรัส | 0.64% |
| โพแทสเซียม | 5.08% |
| แคลเซียม | 2.59% |
| แมกนีเซียม | 0.39% |
| สัดส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจน (C/N) | 9.95 |
แผ่นพับของกรมฯ ให้ไนโตรเจนราว 5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนตารางของสถานีพัฒนาที่ดินสุพรรณบุรีให้ 3.30 เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขจึงอยู่ในช่วงราว 3.3-5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักแห้ง
C/N ต่ำแบบนี้แปลว่าย่อยเร็ว ในดินที่ใส่แหนแดงสด ไนโตรเจนออกมาในรูปแอมโมเนียมมากช่วง 1-35 วันแรก ส่วนแหนแดงแห้งปล่อยฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมได้มากกว่าแหนสด และปล่อยต่อเนื่องราว 150 วัน
เลี้ยงในบ่อหรือกะละมัง
สภาพที่เหมาะตามเอกสารกรมวิชาการเกษตร
- น้ำลึก 5-10 เซนติเมตร ไม่ควรลึกเกิน 1 เมตร
- อุณหภูมิ 25-32 องศาเซลเซียส
- แสงราว 50 เปอร์เซ็นต์ คือร่มรำไร
- pH น้ำ 5.5-6.5 ไม่ควรเกิน 8
- ถ้าดินก้นบ่อเป็นดินทราย ให้เพิ่มฟอสฟอรัสและปุ๋ยอินทรีย์เล็กน้อย
วิธีตั้งบ่อแม่พันธุ์แบบวงบ่อซีเมนต์ของกรมฯ ใส่ดินนาหนาราว 10 เซนติเมตร เติมปุ๋ยคอก 1 กิโลกรัม เติมน้ำให้สูงจากดินราว 10 เซนติเมตร แล้วโรยแม่พันธุ์ 50 กรัมให้ทั่ว เมื่อเต็มบ่อจึงตักไปใช้หรือขยายต่อ
ศัตรูที่ต้องคอยดูคือหนอนและด้วงที่กินแหนแดง เนื้อเยื่อแหนแดงบอบบาง กรมฯ จึงแนะนำให้เก็บบ่อแม่พันธุ์ไว้เสมอ ส่วนน้ำนิ่งในบ่อเล็ก ให้หมั่นดูลูกน้ำยุงด้วย
ตักเท่าไหร่ถึงได้มากสุด
กรมวิชาการเกษตรทดลองในบ่อ 1 × 2 เมตร ตักออกทุกครั้งที่แหนเต็มบ่อ ในสามช่วงของปี ราว 3 เดือนต่อช่วง
| ตักออกครั้งละ | ตักได้ (ครั้งใน ~3 เดือน) | เฉลี่ยต่อครั้ง (กรัมสด) | รวมเฉลี่ย (กรัมสด / 2 ตร.ม.) |
|---|---|---|---|
| 25% ของบ่อ | 13 | ราว 1,100-1,230 | 15,317 |
| 50% ของบ่อ | 9 | ราว 2,160-2,520 | 21,573 |
| 75% ของบ่อ | 5 | ราว 3,060-3,310 | 15,997 |
ตักครึ่งบ่อได้มากสุด มากกว่าแบบ 25% ราว 41 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเหลือน้อยไป แหนโตช้าเพราะชอบอยู่รวมกัน ถ้าเหลือมากไป แหนแน่นเกินจนโตช้าลง
พอแหนแดงเต็มบ่อ ตักออกครึ่งหนึ่ง เหลือครึ่งไว้ให้ขยายต่อ วิธีนี้ได้แหนรวมมากที่สุด
ตัวอย่าง บ่อ 1 × 2 เมตร ใช้กับผักได้เท่าไหร่
- ผลผลิตสด ตักครึ่งบ่อ ราว 3 เดือนได้ราว 21.6 กก.
- แห้ง แหนสด 15 กก. = แห้ง 1 กก. ดังนั้น 21.6 ÷ 15 = ราว 1.44 กก.
- ไนโตรเจน 1.44 กก. × 4.58% = ราว 66 กรัม
- ผสมดินกระถาง อัตราที่คะน้าโตดีที่สุดคือ 30-40 กรัมต่อดิน 1 กก. ดังนั้น 1,440 ÷ 40 ถึง 1,440 ÷ 30 = ดินราว 36-48 กก. หรือกระถางผักหลายใบ
- ใส่แปลง อัตราในแปลงทดลอง 0.5 กก. แห้งต่อ ตร.ม. ดังนั้น 1.44 ÷ 0.5 = ราว 2.9 ตร.ม.
ใช้กับผักยังไง
เอกสารกรมวิชาการเกษตรให้ไว้สองแบบ
| แบบ | อัตรา |
|---|---|
| แหนแดงสด | ผสมกับวัสดุปลูก 1 : 1 |
| แหนแดงตากแห้ง 2 วัน | 20-30 กรัมต่อวัสดุปลูก 1 กก. (การทดลองกระถางคะน้า ได้ผลดีสุดที่ 30-40 กรัม) |
| ใส่แปลงผัก | แหนแห้ง 0.5 กก. ต่อ ตร.ม. |
ในแปลงทดลองคะน้าที่ชัยภูมิ ดินมีอินทรียวัตถุต่ำ ใส่แหนแดงแห้งอย่างเดียวได้ผลผลิต 1,236 กก. ต่อไร่ มากกว่าใส่ปุ๋ยเคมีเต็มอัตราแนะนำ (888 กก.) ราว 39 เปอร์เซ็นต์ และแหนแดงยังเพิ่มอินทรียวัตถุในดินมากกว่าปุ๋ยเคมีอย่างเดียว
ใช้คู่กับปุ๋ยหมักก็ได้ ดูทำปุ๋ยหมักจากเศษผักในบ้าน หรือถ้ามีที่ว่างในแปลงระหว่างรอบปลูก ใช้ปอเทืองเป็นปุ๋ยพืชสดแทนได้
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- น้ำลึกเกิน หรือแดดจัดทั้งวัน แหนแดงชอบน้ำตื้น 5-10 ซม. และร่มรำไร
- ตักน้อยเกิน ปล่อยแน่นบ่อ แหนโตช้าลง ตักครึ่งบ่อทุกครั้งที่เต็ม
- ใส่มากเกินในกระถาง เกิน 40 กรัมแห้งต่อดิน 1 กก. ผักไม่ได้โตดีขึ้น และดินมีแนวโน้มเป็นกรดขึ้นเล็กน้อย
- ไม่มีบ่อสำรอง หนอนหรือด้วงลงทีเดียวหมดบ่อ เก็บแม่พันธุ์ไว้อีกบ่อเสมอ
แหล่งข้อมูล
คำถามที่พบบ่อย
แหนแดงกับแหนเขียวทั่วไปต่างกันยังไง
แหนแดงเป็นเฟิร์นน้ำขนาดเล็ก ใบซ้อนเป็นเกล็ดและมีโพรงใบที่ไซยาโนแบคทีเรียอาศัยอยู่ จึงตรึงไนโตรเจนได้เอง แหนเขียวทั่วไปเป็นพืชดอกขนาดเล็กอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่มีคู่หูตรึงไนโตรเจนแบบนี้
หาแม่พันธุ์แหนแดงได้ที่ไหน
กรมวิชาการเกษตรคัดและแนะนำสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์พื้นเมือง ติดต่อศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรของกรมวิชาการเกษตรในจังหวัดใกล้บ้าน เริ่มบ่อเล็กใช้แม่พันธุ์แค่ราว 50 กรัม
ใส่แหนแดงมากยิ่งดีไหม
ไม่ใช่ ในการทดลองปลูกคะน้าในกระถางของกรมวิชาการเกษตร อัตราที่ผักโตดีที่สุดคือแหนแดงแห้ง 30-40 กรัมต่อดิน 1 กก. ใส่น้อยหรือมากกว่านี้ผักโตน้อยลง และอัตราสูงมีแนวโน้มทำให้ดินเป็นกรดขึ้นเล็กน้อย
ข้อมูลเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ใช้ยาประจำ หรือมีโรคตับหรือไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกินสมุนไพรมากกว่าปริมาณในอาหารปกติ