ต้นตะไคร้หอม และ ต้นไล่ยุง ในกระถาง ไล่ยุงได้จริงไหม งานวิจัยบอกอะไร
ต้นที่ตั้งเฉย ๆ ปล่อยกลิ่นออกมาน้อยมาก ต้นไล่ยุงที่ขายกันมักเป็นเจอเรเนียมกลิ่นหอม ไม่ใช่ตะไคร้หอม สิ่งที่ลดยุงในบ้านได้จริงคือเก็บน้ำขังทุก 7 วัน
- ต้นไม้ที่ตั้งอยู่เฉย ๆ ปล่อยน้ำมันหอมออกมาน้อยมาก ต้องขยี้ใบถึงจะได้กลิ่น และถึงขยี้แล้วก็กันยุงได้แค่ส่วนน้อยเทียบกับยากันยุงที่ขึ้นทะเบียน
- ต้นไล่ยุงที่ขายในชื่อ citrosa เป็นเจอเรเนียมพันธุ์ผสม งานวิจัยปี 1996 ไม่พบน้ำมันแบบตะไคร้หอมในต้น และคนที่นั่งข้างต้นถูกยุงกัดไม่ต่างจากคนที่ไม่มีต้น
- ลูกน้ำต้องอยู่ในน้ำนิ่งราว 7-10 วันจึงกลายเป็นยุง เทน้ำขัง ล้าง คว่ำ หรือเปลี่ยนน้ำทุก 7 วัน คือวิธีที่ตัดวงจรได้จริง
- ปลูกตะไคร้หอมไว้ได้ เป็นไม้ประดับ และขยี้ใบดมเล่น แต่อย่านับเป็นเครื่องกันยุงสำหรับเด็กหรือช่วงไข้เลือดออกระบาด
ต้นตะไคร้หอมหรือ “ต้นไล่ยุง” ที่ตั้งไว้ในกระถางเฉย ๆ แทบไม่ได้ช่วยกันยุง เพราะต้นที่ไม่ถูกขยี้ปล่อยน้ำมันหอมออกมาน้อยมาก และต้นไล่ยุงหลายต้นที่ขายกันจริง ๆ เป็นเจอเรเนียมกลิ่นหอม ไม่ใช่ตะไคร้หอมเลย ถ้าอยากให้ยุงในบ้านน้อยลง สิ่งที่ได้ผลคือไม่ให้มีน้ำขังเกินหนึ่งสัปดาห์
บทนี้แยกให้เห็นว่าอะไรมีหลักฐาน อะไรเป็นความเชื่อ และควรใช้เวลากับอะไรแทน
ต้นที่ตั้งเฉย ๆ ปล่อยกลิ่นน้อยมาก
ฝ่ายส่งเสริมการเกษตรของ Iowa State University สรุปไว้ตรง ๆ ว่าพืชที่ถูกโฆษณาว่าไล่ยุง ทั้งตะไคร้หอม (citronella grass) เจอเรเนียมกลิ่นตะไคร้ และไทม์มะนาว เมื่อปลูกไว้นิ่ง ๆ ปล่อยน้ำมันออกมาน้อยหรือแทบไม่ปล่อยเลย ต้องขยี้ใบน้ำมันถึงจะออก และถึงขยี้แล้ว ผลก็เป็นเพียงเศษเสี้ยวของยากันยุงอย่าง DEET
ตะไคร้หอมเป็นพืชที่ใช้กลั่นน้ำมันสำหรับทำเทียนตะไคร้หอมจริง แต่ “มีน้ำมันอยู่ในใบ” กับ “ปล่อยน้ำมันออกมาในอากาศมากพอจะไล่ยุง” เป็นคนละเรื่องกัน น้ำมันส่วนใหญ่ยังอยู่ในเซลล์ใบจนกว่าใบจะถูกบดหรือถูกกลั่น
แม้แต่เทียนตะไคร้หอมก็ช่วยได้จำกัด Iowa State รายงานว่าการยืนอยู่ในควันเทียนโดยตรงลดการถูกกัดได้ราว 40% แต่เมื่อควันกระจายไปแล้วไม่เห็นผล
ต้นไล่ยุงที่ขาย มักเป็นเจอเรเนียม
ต้นที่ขายในชื่อ citrosa หรือ “mosquito plant” ใบหยักคล้ายเจอเรเนียม ขยี้แล้วมีกลิ่นคล้ายตะไคร้ เคยถูกโฆษณาว่าปล่อยน้ำมันตะไคร้หอมออกมาตลอดเวลา กันยุงได้ในพื้นที่ราว 0.93 ตารางเมตรรอบต้น
ทีมจาก University of Guelph ตรวจต้นนี้ในปี 1996 และพบว่า
- หน้าตาและน้ำมันของต้นตรงกับเจอเรเนียมกลุ่มเดียวกับเจอเรเนียมกลิ่นกุหลาบ (Pelargonium) ไม่พบลักษณะของพืชสกุลตะไคร้หอม (Cymbopogon) ที่ให้น้ำมันตะไคร้หอมเลย
- น้ำมันทั้งหมดในต้นสดมีเพียงราว 0.2% ของน้ำหนักต้น ส่วนใหญ่เป็น geraniol และ citronellol
- เมื่อทดสอบในสนามกับยุงจริง คนที่อยู่ข้างต้นถูกยุงกัดไม่ต่างจากคนที่ไม่มีต้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนกลุ่มที่ทา DEET 75% ลดการถูกกัดได้เกิน 90% นานถึง 8 ชั่วโมง
ชื่อต้นไม้กับกลิ่นที่คล้ายตะไคร้ ไม่ได้แปลว่ามีสารเดียวกัน และไม่ได้แปลว่ากันยุงได้
เทียบวิธีกันยุงที่บ้านใช้กัน
| วิธี | ผลที่มีรายงาน | ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| ปลูกตะไคร้หอมหรือ citrosa ไว้เฉย ๆ | ไม่พบว่าลดการถูกกัด | ต้นแทบไม่ปล่อยน้ำมัน |
| เทียนตะไคร้หอม | ลดราว 40% เฉพาะตอนยืนในควัน | ควันกระจายแล้วไม่เห็นผล |
| น้ำมันตะไคร้หอมทาผิว | กันได้เต็มที่ราว 10.5 นาทีในงานหนึ่ง | ต้องทาซ้ำบ่อยมาก |
| ยากันยุงที่ขึ้นทะเบียน เช่น DEET | กันได้หลายชั่วโมง | อ่านฉลาก โดยเฉพาะเรื่องอายุเด็ก |
| พัดลม มุ้ง มุ้งลวด | ยุงบินแรงลมไม่ไหว และเข้าไม่ถึงตัว | ใช้ได้ทุกวัน ไม่ต้องทาอะไร |
| กำจัดน้ำขังทุก 7 วัน | ตัดวงจรก่อนลูกน้ำโตเป็นยุง | ได้ผลที่ต้นทาง |
ตัวเลขน้ำมันตะไคร้หอม 10.5 นาที และ DEET ราว 6 ชั่วโมง มาจากงานที่ Maryland Grows ของ University of Maryland สรุปไว้ งานนั้นยังบอกว่ายากันยุงที่ใช้แต่น้ำมันหอมระเหยล้วน ๆ กันได้เต็มที่ไม่ถึง 20 นาที
ลูกน้ำใช้เวลาราว 7-10 วัน นี่คือจุดที่ตัดได้
Iowa State ระบุว่าหลังน้ำท่วมหรือมีน้ำขัง ยุงต้องใช้น้ำนิ่งราว 7-10 วันจึงเจริญจากไข่จนเป็นตัวเต็มวัย กรมควบคุมโรคจึงใช้หลัก “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” ซึ่งป้องกันได้ทั้งไข้เลือดออก ไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกา
- เก็บบ้าน ไม่ให้มีมุมอับทึบที่ยุงเกาะพัก ล้างคว่ำภาชนะ และเปลี่ยนน้ำในกระถางหรือแจกันทุกสัปดาห์
- เก็บขยะ เศษภาชนะ กระป๋อง ยางรถ ไม่ให้รองน้ำฝนได้
- เก็บน้ำ ปิดฝาโอ่งและภาชนะใส่น้ำให้มิดชิด
ตัวอย่าง สวนระเบียงหนึ่งสัปดาห์
สมมุติระเบียงมีกระถางผัก 6 ใบ แต่ละใบมีจานรอง กับถังรองน้ำฝน 1 ใบ
- ฝนตกวันจันทร์ จานรองทั้ง 6 ใบมีน้ำค้าง
- ถ้าปล่อยไว้ ยุงที่วางไข่วันจันทร์จะมีลูกน้ำที่เริ่มโตเป็นยุงได้ราววันจันทร์ถัดไปถึงวันพฤหัสถัดไป ตามช่วง 7-10 วัน
- ถ้าตั้งรอบไว้ทุกวันอาทิตย์ เทน้ำในจานรองทิ้ง ขัดก้นจานให้ไข่ที่ติดขอบหลุด และปิดฝาถังให้สนิท ทุกรอบจะเกิดก่อนครบ 7 วันเสมอ
- ใช้เวลารอบละราว 5 นาที เทียบกับการซื้อต้นไล่ยุงมาวางที่ไม่ได้ตัดอะไรเลย
ถ้าจานรองใบไหนเทบ่อยไม่ไหว เอาจานรองออก แล้ววางกระถางบนก้อนอิฐให้น้ำไหลออก เรื่องจานรองกับการรดน้ำมีอยู่ในบทรดน้ำผักให้พอดี
ปลูกตะไคร้หอมได้ แต่ให้รู้ว่าได้อะไร
ตะไคร้หอมเป็นไม้ที่ปลูกง่าย กลิ่นดี ปลูกไว้เพราะชอบได้เต็มที่ แค่อย่าคาดว่าจะแทนยากันยุง ส่วนตะไคร้ที่ใช้ทำอาหารเป็นอีกชนิดหนึ่ง อย่าเด็ดตะไคร้หอมไปใส่ต้มยำ ดูวิธีแยกและปลูกตะไคร้ครัวได้ในบทปลูกสมุนไพรครัวไทยในกระถาง
ต้นไม้ไม่ได้ไล่ยุง น้ำที่ไม่ขังต่างหากที่ไม่ให้ยุงเกิด
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- วางต้นไล่ยุงแล้วเลิกทายากันยุงให้เด็ก ช่วงไข้เลือดออกระบาดยิ่งอันตราย ใช้มุ้ง มุ้งลวด และยากันยุงที่ขึ้นทะเบียนตามฉลาก
- รดน้ำต้นไล่ยุงจนจานรองเป็นบ่อลูกน้ำ ต้นไม่ได้ช่วย แต่น้ำในจานเพิ่มยุงจริง
- ขยี้น้ำมันเข้มข้นทาผิวเด็ก น้ำมันหอมระเหยเข้มข้นอาจระคายผิว และกันได้สั้นมาก
- เปลี่ยนน้ำแจกันแต่ไม่ล้างภาชนะ ไข่ยุงติดขอบภาชนะได้ ต้องขัดล้างด้วย
- ลืมจุดน้ำขังที่มองไม่เห็น รางน้ำฝน ถาดใต้ตู้เย็น ยางรถเก่า ถุงพลาสติกที่ยับ
แหล่งข้อมูล
- ข่าว สคร.11 เตือนไข้เลือดออก หลัก 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค — กรมควบคุมโรค
- Mosquito Control — Iowa State University Extension and Outreach
- Essential oil analysis and field evaluation of the citrosa plant as a repellent against Aedes mosquitoes — PubMed
- Mosquito Repellent Myths — University of Maryland Extension, Maryland Grows
- Preventing Mosquito Bites — CDC
คำถามที่พบบ่อย
วางกระถางตะไคร้หอมหลายกระถางรอบบ้าน จะช่วยได้ไหม
งานที่ทดสอบจริงยังไม่พบว่าการปลูกไว้เฉย ๆ ลดยุงได้ เพราะต้นที่ไม่ถูกขยี้แทบไม่ปล่อยน้ำมันออกมา เพิ่มจำนวนกระถางจึงไม่ช่วยเท่าไหร่ และจานรองกระถางที่มีน้ำค้างยังกลายเป็นที่วางไข่ของยุงด้วย
ขยี้ใบตะไคร้หอมทาผิวแทนยากันยุงได้ไหม
น้ำมันจากพืชกันยุงได้สั้น งานหนึ่งที่สรุปไว้โดยมหาวิทยาลัยแมริแลนด์พบว่าน้ำมันตะไคร้หอมป้องกันการถูกกัดได้เต็มที่ราว 10.5 นาที เทียบกับ DEET ราว 6 ชั่วโมง และน้ำมันเข้มข้นอาจระคายผิว ถ้าต้องอยู่ในที่ยุงชุม ใช้ยากันยุงที่มีเลขทะเบียน และอ่านฉลากเรื่องอายุเด็ก
ถ้ามีไข้สูงหลังถูกยุงกัด ควรทำยังไง
ไปพบแพทย์ กรมควบคุมโรคแนะนำว่าถ้ามีไข้สูง เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน หรือมีจ้ำเลือดตามตัว ให้รีบพบแพทย์ทันที และไม่ควรซื้อยาแก้ปวดกลุ่ม NSAID อย่างแอสไพรินหรือไอบูโพรเฟนกินเอง สอบถามได้ที่สายด่วน 1422
ข้อมูลเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ใช้ยาประจำ หรือมีโรคตับหรือไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกินสมุนไพรมากกว่าปริมาณในอาหารปกติ