ข่าวจดทะเบียน กะเพรา พันธุ์ใหม่ คนปลูกเองยังปลูก กิน เก็บเมล็ด และขายได้แค่ไหน
พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 คุ้มครองเฉพาะพันธุ์ใหม่ที่จดทะเบียน ไม่รวมกะเพราพื้นบ้าน สรุปว่าคนปลูกที่บ้านทำอะไรได้ และอะไรต้องขออนุญาต
- กฎหมายคุ้มครองเฉพาะพันธุ์พืชใหม่ที่ยื่นจดทะเบียนและผ่านการตรวจสอบ กะเพราพื้นบ้านและพันธุ์ที่ปลูกกันทั่วไปไม่อยู่ในความคุ้มครองนี้
- สิทธิของผู้ทรงสิทธิอยู่ที่ส่วนขยายพันธุ์ คือ ผลิต ขาย นำเข้า ส่งออกเมล็ดหรือต้นพันธุ์ ไม่ใช่ใบกะเพราหรือจานผัดกะเพรา
- ปลูกกินเอง ทำอาหารขาย และใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่ตัวเองผลิตไว้ปลูกต่อ เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 33 แต่การขายเมล็ดหรือกิ่งพันธุ์ของพันธุ์ที่คุ้มครองต้องได้รับอนุญาต
- พันธุ์ที่คุ้มครองต้องมีเครื่องหมาย คุ้มครองพันธุ์พืชไทย พร้อมเลขหนังสือสำคัญบนซองหรือบรรจุภัณฑ์ ดูได้ตอนซื้อ
สัปดาห์นี้มีข่าวว่าบริษัทเอกชนยื่นขอจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่ 4 พันธุ์ คนปลูกกะเพราและแม่ค้าร้านอาหารตามสั่งกังวลว่าจะปลูกหรือขายกะเพราไม่ได้ คำตอบสั้น ๆ คือ กฎหมายคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ใหม่ที่จดทะเบียน ไม่ครอบคลุมกะเพราพื้นบ้าน และแม้เป็นพันธุ์ที่คุ้มครอง การปลูกกินเองและการขายใบหรือขายอาหารก็ไม่ได้ถูกห้าม สิ่งที่ต้องขออนุญาตคือการผลิตและขายส่วนขยายพันธุ์ เช่น เมล็ดหรือกิ่ง บทนี้สรุปจากคู่มือของกรมวิชาการเกษตร และข่าวที่อ้างประกาศของกรม
บทนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรณีเฉพาะ ถามสำนักคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร
ข่าวว่าอะไร
ตามข่าวกรุงเทพธุรกิจวันที่ 23 ตุลาคม 2569 กรมวิชาการเกษตรเปิดเผยประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ของกะเพรา 4 พันธุ์ ยื่นคำขอเมื่อกุมภาพันธ์และมีนาคม 2566 ประกาศโฆษณาสองฉบับเมื่อ 14 พฤศจิกายน และ 27 ธันวาคม 2566 ข่าวระบุว่าพันธุ์เหล่านี้พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยของรัฐ เริ่มจากเมล็ดกะเพราพื้นเมือง เพิ่มชุดโครโมโซมด้วยสารเคมีร่วมกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้สัมภาษณ์ว่า ชาวบ้านยังปลูกและกินเองได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถนำพันธุ์ที่มีสิทธิคุ้มครองไปขยายพันธุ์เพื่อการค้าได้ และกฎหมายนี้ไม่ได้ทำให้กะเพราพันธุ์ดั้งเดิมตกเป็นของใคร
กฎหมายคุ้มครองอะไร
พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ให้สิทธิแก่ผู้ปรับปรุงพันธุ์ที่สร้างพันธุ์ใหม่ เพื่อจูงใจให้พัฒนาพันธุ์พืช คู่มือของกรมวิชาการเกษตรระบุว่าพันธุ์ที่จะจดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่ต้องมีครบสี่ข้อ
| คุณสมบัติ | ความหมายโดยย่อ |
|---|---|
| มีความใหม่ | ยังไม่เคยขายส่วนขยายพันธุ์โดยผู้ปรับปรุงพันธุ์ หรือด้วยความยินยอม เกิน 1 ปีก่อนวันยื่นคำขอ |
| แตกต่างอย่างเด่นชัด | ลักษณะประจำพันธุ์ต่างจากพันธุ์อื่นที่มีอยู่ |
| สม่ำเสมอ | ต้นในพันธุ์เดียวกันแสดงลักษณะเหมือนกัน |
| คงตัว | ขยายพันธุ์รุ่นต่อไปแล้วลักษณะยังเหมือนเดิม |
ข้อแรกข้อเดียวก็ตอบได้ว่าทำไมกะเพราพื้นบ้านที่ปลูกและซื้อขายกันมานานจดเป็นพันธุ์ใหม่ไม่ได้ เพราะไม่ใหม่แล้ว
สิทธิของผู้ทรงสิทธิ ตามมาตรา 33 อยู่ที่ส่วนขยายพันธุ์เท่านั้น คือ ผลิตส่วนขยายพันธุ์ เช่น เมล็ด ท่อนพันธุ์ ต้นพันธุ์ ขายหรือจำหน่าย นำเข้าหรือส่งออก และมีไว้เพื่อทำสิ่งเหล่านั้น ผู้ที่ทำโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามคู่มือของกรม มีโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ข้อยกเว้น ที่คนปลูกเองควรรู้
มาตรา 33 มีข้อยกเว้นหกข้อ คู่มือของกรมเรียกส่วนหนึ่งว่าข้อยกเว้นให้เกษตรกร (Farmer’s Exemption)
- การกระทำที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นส่วนขยายพันธุ์
- การศึกษา ค้นคว้า ทดลอง หรือวิจัย เพื่อปรับปรุงพันธุ์
- การกระทำโดยสุจริต
- เกษตรกรเพาะปลูกหรือขยายพันธุ์ด้วยส่วนขยายพันธุ์ที่ตนเองผลิต แต่ถ้ารัฐมนตรีประกาศให้พันธุ์นั้นเป็นพันธุ์ที่ควรส่งเสริมการปรับปรุงพันธุ์ ให้ขยายได้ไม่เกิน 3 เท่าของปริมาณที่ได้มา
- การกระทำที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า
- การขายต่อหรือใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่ผู้ทรงสิทธิขาย หรือยินยอมให้ขายออกมาแล้ว
ปลูกที่บ้าน ทำอะไรได้บ้าง
| สิ่งที่ทำ | กะเพราพื้นบ้านหรือพันธุ์ทั่วไป | พันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง ซื้อมาถูกต้อง |
|---|---|---|
| ปลูกกินเองในบ้าน | ได้ | ได้ |
| เด็ดใบขาย หรือทำผัดกะเพราขาย | ได้ | ได้ ใบและอาหารไม่ใช่ส่วนขยายพันธุ์ |
| เก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อในสวนตัวเอง | ได้ | ได้ ตามข้อยกเว้นข้อ 4 และ 5 |
| แจกเมล็ดให้เพื่อนบ้านปลูกกิน | ได้ | น่าจะเข้าข้อ 5 เพราะไม่ใช่เพื่อการค้า ถ้าไม่แน่ใจ ถามกรม |
| เพาะกล้าหรือเก็บเมล็ดขาย | ได้ | ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิ |
| ขายต้นที่ซื้อมาจากผู้ทรงสิทธิต่อ | ได้ | ได้ ตามข้อยกเว้นข้อ 6 |
ข้อสังเกต ข่าวไม่ได้พูดถึงการเก็บเมล็ดจากพันธุ์ที่คุ้มครองโดยตรง ตารางนี้อ่านจากข้อยกเว้นในคู่มือของกรม วิธีเก็บเมล็ดผักไว้ปลูกเองอยู่ในบทเก็บเมล็ดผัก
สิทธิในพันธุ์พืชใหม่อยู่ที่เมล็ดและกิ่งพันธุ์ ไม่ได้อยู่ที่ใบกะเพราในกระทะ
ตัวอย่าง นับเวลาทีละขั้น
ตัวเลขจากคู่มือของกรมวิชาการเกษตรช่วยให้เห็นภาพว่ากระบวนการกินเวลาเท่าไหร่
- ระยะคัดค้าน เมื่อกรมประกาศโฆษณาคำขอ ใครเห็นว่าคำขอไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น ไม่ใช่พันธุ์ใหม่ ยื่นคัดค้านได้ภายใน 90 วันนับแต่วันเริ่มประกาศ ประกาศฉบับวันที่ 27 ธันวาคม 2566 นับไป 90 วัน ตกราวปลายมีนาคม 2567
- อายุความคุ้มครอง พืชที่ให้ผลผลิตหลังปลูกไม่เกินสองปี คุ้มครอง 12 ปี นับแต่วันออกหนังสือสำคัญ กะเพราเก็บใบได้ภายในไม่กี่เดือน จึงน่าจะเข้ากลุ่ม 12 ปีนี้ สมมุติได้หนังสือสำคัญวันที่ 1 มีนาคม 2570 ความคุ้มครองจะสิ้นสุดราวปลายกุมภาพันธ์ 2582 หลังจากนั้นใครก็ขยายพันธุ์ขายได้
- กรณีสามเท่า ถ้ารัฐมนตรีประกาศให้พันธุ์ใดเป็นพันธุ์ที่ควรส่งเสริม เกษตรกรที่ซื้อเมล็ดมา 2 กิโลกรัม ขยายพันธุ์ไว้ปลูกเองได้ไม่เกิน 2 × 3 = 6 กิโลกรัม
วันในข้อ 2 เป็นวันสมมุติเพื่อสาธิตการนับ ไม่ใช่วันจริงของคำขอใด
ดูยังไงว่าเมล็ดหรือต้นที่ซื้อเป็นพันธุ์คุ้มครอง
มาตรา 34 บังคับให้ผู้ทรงสิทธิแสดงเครื่องหมายบนส่วนขยายพันธุ์ ภาชนะ หรือหีบห่อ อย่างน้อยต้องมี
- คำว่า “คุ้มครองพันธุ์พืชไทย”
- หมายเลขหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่
- ชนิดพืช และชื่อพันธุ์
ซองเมล็ดหรือกระถางที่ไม่มีเครื่องหมายนี้ ส่วนใหญ่ไม่ใช่พันธุ์คุ้มครอง ถ้าสงสัย ดูรายชื่อพันธุ์ที่จดทะเบียนแล้วบนเว็บไซต์สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช
อย่าสับสนกับการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืช
กรมวิชาการเกษตรยังมีกฎหมายอีกฉบับ คือ พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ. 2518 ใช้ออกหนังสือรับรอง “พันธุ์พืชขึ้นทะเบียน” และ “พันธุ์พืชรับรอง” ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ตัวอย่างเช่นประกาศกรมเมื่อพฤศจิกายน 2566 ที่เปิดให้ทักท้วงคำขอขึ้นทะเบียน 15 พันธุ์ ทั้งข้าว ทุเรียน จำปาดะ และมะพร้าว ภายใน 30 วัน ระยะทักท้วงต่างจากการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ที่คัดค้านได้ 90 วัน เวลาอ่านข่าว ดูว่าเป็นกฎหมายฉบับไหน
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- คิดว่ากะเพราทั้งประเทศถูกจดทะเบียน ความคุ้มครองผูกกับพันธุ์ใหม่ที่ระบุชื่อเท่านั้น
- กลัวขายผัดกะเพราไม่ได้ อาหารและใบไม่ใช่ส่วนขยายพันธุ์
- เพาะกล้าพันธุ์คุ้มครองขายออนไลน์ นี่คือสิทธิของผู้ทรงสิทธิ ต้องได้รับอนุญาต
- เชื่อข่าวแชร์โดยไม่ดูประกาศจริง ประกาศของกรมบอกชื่อพันธุ์ เลขคำขอ และวันที่ไว้ชัด
- สับสนพันธุ์ขึ้นทะเบียนกับพันธุ์พืชใหม่ คนละกฎหมาย คนละขั้นตอน
ถ้าอยากเริ่มปลูกกะเพราในกระถาง ดูได้ในบทปลูกสมุนไพรครัวไทย
แหล่งข้อมูล
- คู่มือการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 — กรมวิชาการเกษตร
- ข่าวกะเพราพันธุ์ใหม่และคำชี้แจงของกระทรวงเกษตรฯ — กรุงเทพธุรกิจ
- ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง คำขอให้ออกหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียน (พฤศจิกายน 2566) — กรมวิชาการเกษตร
- รายชื่อพันธุ์พืชใหม่ที่ได้รับการจดทะเบียน ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 — กรมวิชาการเกษตร
คำถามที่พบบ่อย
ปลูกกะเพราที่บ้านแล้วเอาใบไปขายที่ตลาด ผิดไหม
ถ้าเป็นกะเพราพันธุ์พื้นบ้านหรือพันธุ์ทั่วไป ไม่เกี่ยวกับกฎหมายนี้เลย ถ้าเป็นพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองและซื้อมาอย่างถูกต้อง การขายใบหรืออาหารที่ไม่ได้ใช้เป็นส่วนขยายพันธุ์อยู่ในข้อยกเว้นตามคู่มือของกรมวิชาการเกษตร
เก็บเมล็ดกะเพราจากต้นที่ซื้อมาไว้ปลูกต่อได้ไหม
ปลูกต่อเองได้ ตามข้อยกเว้นให้เกษตรกรใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่ตนผลิตเอง และการใช้ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า แต่ถ้าเป็นพันธุ์ที่คุ้มครอง ห้ามเอาเมล็ดหรือต้นกล้าที่ได้ไปขายโดยไม่ได้รับอนุญาต
อยากรู้สถานะคำขอจริง ถามที่ไหน
สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร ซึ่งประกาศคำขอและรายชื่อพันธุ์ที่จดทะเบียนไว้บนเว็บไซต์ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย
ข้อมูลเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ใช้ยาประจำ หรือมีโรคตับหรือไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกินสมุนไพรมากกว่าปริมาณในอาหารปกติ