บทความ › สมุนไพรในครัว

ข่าวจดทะเบียน กะเพรา พันธุ์ใหม่ คนปลูกเองยังปลูก กิน เก็บเมล็ด และขายได้แค่ไหน

พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 คุ้มครองเฉพาะพันธุ์ใหม่ที่จดทะเบียน ไม่รวมกะเพราพื้นบ้าน สรุปว่าคนปลูกที่บ้านทำอะไรได้ และอะไรต้องขออนุญาต

เริ่มต้น อ่าน 7 นาที 23 ตุลาคม 2569 เรื่องใหม่จากงานวิจัยเกษตร ที่คนปลูกผักควรรู้ · บทที่ 16/20

อ่านจบแล้วจะรู้
  • กฎหมายคุ้มครองเฉพาะพันธุ์พืชใหม่ที่ยื่นจดทะเบียนและผ่านการตรวจสอบ กะเพราพื้นบ้านและพันธุ์ที่ปลูกกันทั่วไปไม่อยู่ในความคุ้มครองนี้
  • สิทธิของผู้ทรงสิทธิอยู่ที่ส่วนขยายพันธุ์ คือ ผลิต ขาย นำเข้า ส่งออกเมล็ดหรือต้นพันธุ์ ไม่ใช่ใบกะเพราหรือจานผัดกะเพรา
  • ปลูกกินเอง ทำอาหารขาย และใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่ตัวเองผลิตไว้ปลูกต่อ เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 33 แต่การขายเมล็ดหรือกิ่งพันธุ์ของพันธุ์ที่คุ้มครองต้องได้รับอนุญาต
  • พันธุ์ที่คุ้มครองต้องมีเครื่องหมาย คุ้มครองพันธุ์พืชไทย พร้อมเลขหนังสือสำคัญบนซองหรือบรรจุภัณฑ์ ดูได้ตอนซื้อ

สัปดาห์นี้มีข่าวว่าบริษัทเอกชนยื่นขอจดทะเบียนคุ้มครองกะเพราพันธุ์ใหม่ 4 พันธุ์ คนปลูกกะเพราและแม่ค้าร้านอาหารตามสั่งกังวลว่าจะปลูกหรือขายกะเพราไม่ได้ คำตอบสั้น ๆ คือ กฎหมายคุ้มครองเฉพาะพันธุ์ใหม่ที่จดทะเบียน ไม่ครอบคลุมกะเพราพื้นบ้าน และแม้เป็นพันธุ์ที่คุ้มครอง การปลูกกินเองและการขายใบหรือขายอาหารก็ไม่ได้ถูกห้าม สิ่งที่ต้องขออนุญาตคือการผลิตและขายส่วนขยายพันธุ์ เช่น เมล็ดหรือกิ่ง บทนี้สรุปจากคู่มือของกรมวิชาการเกษตร และข่าวที่อ้างประกาศของกรม

บทนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย กรณีเฉพาะ ถามสำนักคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร

ข่าวว่าอะไร

ตามข่าวกรุงเทพธุรกิจวันที่ 23 ตุลาคม 2569 กรมวิชาการเกษตรเปิดเผยประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่ของกะเพรา 4 พันธุ์ ยื่นคำขอเมื่อกุมภาพันธ์และมีนาคม 2566 ประกาศโฆษณาสองฉบับเมื่อ 14 พฤศจิกายน และ 27 ธันวาคม 2566 ข่าวระบุว่าพันธุ์เหล่านี้พัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยของรัฐ เริ่มจากเมล็ดกะเพราพื้นเมือง เพิ่มชุดโครโมโซมด้วยสารเคมีร่วมกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้สัมภาษณ์ว่า ชาวบ้านยังปลูกและกินเองได้ตามปกติ แต่ไม่สามารถนำพันธุ์ที่มีสิทธิคุ้มครองไปขยายพันธุ์เพื่อการค้าได้ และกฎหมายนี้ไม่ได้ทำให้กะเพราพันธุ์ดั้งเดิมตกเป็นของใคร

กฎหมายคุ้มครองอะไร

พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ให้สิทธิแก่ผู้ปรับปรุงพันธุ์ที่สร้างพันธุ์ใหม่ เพื่อจูงใจให้พัฒนาพันธุ์พืช คู่มือของกรมวิชาการเกษตรระบุว่าพันธุ์ที่จะจดทะเบียนเป็นพันธุ์พืชใหม่ต้องมีครบสี่ข้อ

คุณสมบัติความหมายโดยย่อ
มีความใหม่ยังไม่เคยขายส่วนขยายพันธุ์โดยผู้ปรับปรุงพันธุ์ หรือด้วยความยินยอม เกิน 1 ปีก่อนวันยื่นคำขอ
แตกต่างอย่างเด่นชัดลักษณะประจำพันธุ์ต่างจากพันธุ์อื่นที่มีอยู่
สม่ำเสมอต้นในพันธุ์เดียวกันแสดงลักษณะเหมือนกัน
คงตัวขยายพันธุ์รุ่นต่อไปแล้วลักษณะยังเหมือนเดิม

ข้อแรกข้อเดียวก็ตอบได้ว่าทำไมกะเพราพื้นบ้านที่ปลูกและซื้อขายกันมานานจดเป็นพันธุ์ใหม่ไม่ได้ เพราะไม่ใหม่แล้ว

สิทธิของผู้ทรงสิทธิ ตามมาตรา 33 อยู่ที่ส่วนขยายพันธุ์เท่านั้น คือ ผลิตส่วนขยายพันธุ์ เช่น เมล็ด ท่อนพันธุ์ ต้นพันธุ์ ขายหรือจำหน่าย นำเข้าหรือส่งออก และมีไว้เพื่อทำสิ่งเหล่านั้น ผู้ที่ทำโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามคู่มือของกรม มีโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อยกเว้น ที่คนปลูกเองควรรู้

มาตรา 33 มีข้อยกเว้นหกข้อ คู่มือของกรมเรียกส่วนหนึ่งว่าข้อยกเว้นให้เกษตรกร (Farmer’s Exemption)

  1. การกระทำที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นส่วนขยายพันธุ์
  2. การศึกษา ค้นคว้า ทดลอง หรือวิจัย เพื่อปรับปรุงพันธุ์
  3. การกระทำโดยสุจริต
  4. เกษตรกรเพาะปลูกหรือขยายพันธุ์ด้วยส่วนขยายพันธุ์ที่ตนเองผลิต แต่ถ้ารัฐมนตรีประกาศให้พันธุ์นั้นเป็นพันธุ์ที่ควรส่งเสริมการปรับปรุงพันธุ์ ให้ขยายได้ไม่เกิน 3 เท่าของปริมาณที่ได้มา
  5. การกระทำที่ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการค้า
  6. การขายต่อหรือใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่ผู้ทรงสิทธิขาย หรือยินยอมให้ขายออกมาแล้ว

ปลูกที่บ้าน ทำอะไรได้บ้าง

สิ่งที่ทำกะเพราพื้นบ้านหรือพันธุ์ทั่วไปพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครอง ซื้อมาถูกต้อง
ปลูกกินเองในบ้านได้ได้
เด็ดใบขาย หรือทำผัดกะเพราขายได้ได้ ใบและอาหารไม่ใช่ส่วนขยายพันธุ์
เก็บเมล็ดไว้ปลูกต่อในสวนตัวเองได้ได้ ตามข้อยกเว้นข้อ 4 และ 5
แจกเมล็ดให้เพื่อนบ้านปลูกกินได้น่าจะเข้าข้อ 5 เพราะไม่ใช่เพื่อการค้า ถ้าไม่แน่ใจ ถามกรม
เพาะกล้าหรือเก็บเมล็ดขายได้ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ทรงสิทธิ
ขายต้นที่ซื้อมาจากผู้ทรงสิทธิต่อได้ได้ ตามข้อยกเว้นข้อ 6

ข้อสังเกต ข่าวไม่ได้พูดถึงการเก็บเมล็ดจากพันธุ์ที่คุ้มครองโดยตรง ตารางนี้อ่านจากข้อยกเว้นในคู่มือของกรม วิธีเก็บเมล็ดผักไว้ปลูกเองอยู่ในบทเก็บเมล็ดผัก

สิทธิในพันธุ์พืชใหม่อยู่ที่เมล็ดและกิ่งพันธุ์ ไม่ได้อยู่ที่ใบกะเพราในกระทะ

ยื่นคำขอต่อกรมวิชาการเกษตรปลูกตรวจสอบดูว่าใหม่ ต่าง สม่ำเสมอ คงตัวประกาศ 90 วันให้คัดค้านได้ออกหนังสือสำคัญคุ้มครองพืชล้มลุกราว 12 ปี
ขั้นตอนคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองพันธุ์พืช 2542

ตัวอย่าง นับเวลาทีละขั้น

ตัวเลขจากคู่มือของกรมวิชาการเกษตรช่วยให้เห็นภาพว่ากระบวนการกินเวลาเท่าไหร่

  1. ระยะคัดค้าน เมื่อกรมประกาศโฆษณาคำขอ ใครเห็นว่าคำขอไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น ไม่ใช่พันธุ์ใหม่ ยื่นคัดค้านได้ภายใน 90 วันนับแต่วันเริ่มประกาศ ประกาศฉบับวันที่ 27 ธันวาคม 2566 นับไป 90 วัน ตกราวปลายมีนาคม 2567
  2. อายุความคุ้มครอง พืชที่ให้ผลผลิตหลังปลูกไม่เกินสองปี คุ้มครอง 12 ปี นับแต่วันออกหนังสือสำคัญ กะเพราเก็บใบได้ภายในไม่กี่เดือน จึงน่าจะเข้ากลุ่ม 12 ปีนี้ สมมุติได้หนังสือสำคัญวันที่ 1 มีนาคม 2570 ความคุ้มครองจะสิ้นสุดราวปลายกุมภาพันธ์ 2582 หลังจากนั้นใครก็ขยายพันธุ์ขายได้
  3. กรณีสามเท่า ถ้ารัฐมนตรีประกาศให้พันธุ์ใดเป็นพันธุ์ที่ควรส่งเสริม เกษตรกรที่ซื้อเมล็ดมา 2 กิโลกรัม ขยายพันธุ์ไว้ปลูกเองได้ไม่เกิน 2 × 3 = 6 กิโลกรัม

วันในข้อ 2 เป็นวันสมมุติเพื่อสาธิตการนับ ไม่ใช่วันจริงของคำขอใด

ดูยังไงว่าเมล็ดหรือต้นที่ซื้อเป็นพันธุ์คุ้มครอง

มาตรา 34 บังคับให้ผู้ทรงสิทธิแสดงเครื่องหมายบนส่วนขยายพันธุ์ ภาชนะ หรือหีบห่อ อย่างน้อยต้องมี

  • คำว่า “คุ้มครองพันธุ์พืชไทย”
  • หมายเลขหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนพันธุ์พืชใหม่
  • ชนิดพืช และชื่อพันธุ์

ซองเมล็ดหรือกระถางที่ไม่มีเครื่องหมายนี้ ส่วนใหญ่ไม่ใช่พันธุ์คุ้มครอง ถ้าสงสัย ดูรายชื่อพันธุ์ที่จดทะเบียนแล้วบนเว็บไซต์สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช

อย่าสับสนกับการขึ้นทะเบียนพันธุ์พืช

กรมวิชาการเกษตรยังมีกฎหมายอีกฉบับ คือ พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ. 2518 ใช้ออกหนังสือรับรอง “พันธุ์พืชขึ้นทะเบียน” และ “พันธุ์พืชรับรอง” ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ตัวอย่างเช่นประกาศกรมเมื่อพฤศจิกายน 2566 ที่เปิดให้ทักท้วงคำขอขึ้นทะเบียน 15 พันธุ์ ทั้งข้าว ทุเรียน จำปาดะ และมะพร้าว ภายใน 30 วัน ระยะทักท้วงต่างจากการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ที่คัดค้านได้ 90 วัน เวลาอ่านข่าว ดูว่าเป็นกฎหมายฉบับไหน

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • คิดว่ากะเพราทั้งประเทศถูกจดทะเบียน ความคุ้มครองผูกกับพันธุ์ใหม่ที่ระบุชื่อเท่านั้น
  • กลัวขายผัดกะเพราไม่ได้ อาหารและใบไม่ใช่ส่วนขยายพันธุ์
  • เพาะกล้าพันธุ์คุ้มครองขายออนไลน์ นี่คือสิทธิของผู้ทรงสิทธิ ต้องได้รับอนุญาต
  • เชื่อข่าวแชร์โดยไม่ดูประกาศจริง ประกาศของกรมบอกชื่อพันธุ์ เลขคำขอ และวันที่ไว้ชัด
  • สับสนพันธุ์ขึ้นทะเบียนกับพันธุ์พืชใหม่ คนละกฎหมาย คนละขั้นตอน

ถ้าอยากเริ่มปลูกกะเพราในกระถาง ดูได้ในบทปลูกสมุนไพรครัวไทย

แหล่งข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

ปลูกกะเพราที่บ้านแล้วเอาใบไปขายที่ตลาด ผิดไหม

ถ้าเป็นกะเพราพันธุ์พื้นบ้านหรือพันธุ์ทั่วไป ไม่เกี่ยวกับกฎหมายนี้เลย ถ้าเป็นพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองและซื้อมาอย่างถูกต้อง การขายใบหรืออาหารที่ไม่ได้ใช้เป็นส่วนขยายพันธุ์อยู่ในข้อยกเว้นตามคู่มือของกรมวิชาการเกษตร

เก็บเมล็ดกะเพราจากต้นที่ซื้อมาไว้ปลูกต่อได้ไหม

ปลูกต่อเองได้ ตามข้อยกเว้นให้เกษตรกรใช้ส่วนขยายพันธุ์ที่ตนผลิตเอง และการใช้ที่ไม่ใช่เพื่อการค้า แต่ถ้าเป็นพันธุ์ที่คุ้มครอง ห้ามเอาเมล็ดหรือต้นกล้าที่ได้ไปขายโดยไม่ได้รับอนุญาต

อยากรู้สถานะคำขอจริง ถามที่ไหน

สำนักคุ้มครองพันธุ์พืช กรมวิชาการเกษตร ซึ่งประกาศคำขอและรายชื่อพันธุ์ที่จดทะเบียนไว้บนเว็บไซต์ บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย

ข้อมูลเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ใช้ยาประจำ หรือมีโรคตับหรือไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกินสมุนไพรมากกว่าปริมาณในอาหารปกติ

อ่านต่อ

#สมุนไพรเริ่มต้น

ปลูกสมุนไพรครัวไทยในกระถาง ตะไคร้ ข่า ขมิ้น กะเพรา มะกรูด ใบเตย แบบไร้สาร

ปลูกตะไคร้จากต้นที่ซื้อในตลาด ขยายข่า ขมิ้น กระชายจากเหง้า เพาะกะเพรา โหระพา ดูแลมะกรูดและใบเตยในกระถาง เก็บยังไงให้ต้นให้ผลผลิตต่อ

อ่าน 7 นาที
#สมุนไพรเริ่มต้น

รู้จักสมุนไพรไทย 10 ชนิดในครัว ใช้ส่วนไหน แยกตัวที่หน้าตาคล้ายกัน และเลือกให้สด

ตะไคร้ ข่า ใบมะกรูด กะเพรา โหระพา กระชาย ขมิ้น พริกขี้หนู ใบเตย ผักชีฝรั่ง ใช้ส่วนไหน กลิ่นแบบไหน เข้ากับอาหารอะไร และดูยังไงว่าสด

อ่าน 6 นาที
#สมุนไพรเริ่มต้น

ต้นตะไคร้หอม และ ต้นไล่ยุง ในกระถาง ไล่ยุงได้จริงไหม งานวิจัยบอกอะไร

ต้นที่ตั้งเฉย ๆ ปล่อยกลิ่นออกมาน้อยมาก ต้นไล่ยุงที่ขายกันมักเป็นเจอเรเนียมกลิ่นหอม ไม่ใช่ตะไคร้หอม สิ่งที่ลดยุงในบ้านได้จริงคือเก็บน้ำขังทุก 7 วัน

อ่าน 6 นาที