เก็บเมล็ดผักไว้ปลูกเอง พันธุ์ผสมเปิด กับ F1 เมล็ดเปียก เมล็ดแห้ง และอัตรางอก
เมล็ดจากพันธุ์ F1 ปลูกแล้วไม่เหมือนต้นแม่ เริ่มเก็บจากผักผสมตัวเองอย่างมะเขือเทศ ถั่ว พริก หมักเมล็ดเปียก ตากให้แห้ง เก็บในขวดปิดสนิทในตู้เย็น และคำนวณอัตรางอก
- เก็บเมล็ดจากพันธุ์ผสมเปิด ไม่ใช่ F1 เพราะเมล็ดรุ่นถัดไปของ F1 จะแปรปรวนและมักด้อยกว่าต้นแม่
- เริ่มจากผักที่ผสมตัวเอง เช่น มะเขือเทศ ถั่ว พริก ผักกาดหอม ผักที่ผสมข้ามต้องปลูกพันธุ์เดียวหรือแยกให้ห่าง
- เมล็ดเปียกอย่างมะเขือเทศ หมัก 48-72 ชั่วโมงให้เมือกหลุด แล้วตากเป็นชั้นเดียวอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- ทดสอบด้วยเมล็ด 25 เมล็ดบนกระดาษเปียก นับที่ 7 และ 14 วัน แล้วใช้อัตรางอกคำนวณว่าต้องหว่านกี่เมล็ด
เก็บเมล็ดผักไว้ปลูกเองได้ ถ้าเลือกต้นที่เป็นพันธุ์ผสมเปิดและเริ่มจากผักที่ผสมเกสรในดอกตัวเอง เมล็ดจากพันธุ์ F1 ปลูกแล้วต้นที่ได้จะไม่เหมือนต้นแม่ บทนี้อธิบายว่าเลือกต้นไหน แยกเมล็ดเปียกกับเมล็ดแห้งยังไง ตากและเก็บให้อยู่นานในอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา และทดสอบอัตรางอกพร้อมคำนวณว่าต้องหว่านกี่เมล็ด
พันธุ์ผสมเปิด กับ F1 ต่างกันยังไง
| พันธุ์ผสมเปิด (open-pollinated) | พันธุ์ลูกผสม F1 (F1 hybrid) | |
|---|---|---|
| ได้มายังไง | ผสมกันเองในพันธุ์เดียวกันมาหลายรุ่น | ผสมข้ามระหว่างสายพันธุ์แท้สองสาย |
| เก็บเมล็ดปลูกต่อ | รุ่นถัดไปหน้าตาและผลผลิตใกล้เคียงต้นแม่ | รุ่นถัดไปแปรปรวน ไม่เหมือนต้นแม่ และมักด้อยกว่า |
| จุดเด่น | เก็บเมล็ดเองได้ทุกปี | ต้นแข็งแรง ผลสม่ำเสมอ |
| ดูที่ซอง | ไม่มีคำว่า F1 | เขียน F1 หรือลูกผสม |
พันธุ์พื้นบ้านหรือพันธุ์เก่าที่ส่งต่อกันมาเป็นพันธุ์ผสมเปิดกลุ่มหนึ่ง ข้อควรรู้คือพันธุ์เก่ามักต้านทานโรคได้น้อยกว่าพันธุ์ใหม่
ผักผสมตัวเอง กับผักผสมข้าม
ผักที่ผสมตัวเอง เกสรผสมกันในดอกเดียว ไม่ค่อยข้ามไปผสมกับต้นอื่น เมล็ดจึงตรงพันธุ์ง่าย เหมาะสำหรับเริ่ม เช่น มะเขือเทศ ถั่ว ถั่วลันเตา พริก และผักกาดหอม
ผักที่ผสมข้าม อาศัยลมหรือแมลงพาเกสรจากต้นอื่น เช่น ฟักทองและพืชตระกูลแตง ข้าวโพด กะหล่ำและพืชตระกูลเดียวกัน แครอท และบีท ถ้าปลูกหลายพันธุ์ใกล้กัน เมล็ดที่ได้จะเป็นลูกผสมที่เดาไม่ได้ วิธีเลี่ยงคือปลูกพันธุ์เดียวของพืชชนิดนั้นในฤดูนั้น แยกให้ห่าง คลุมด้วยมุ้ง หรือปลูกให้ออกดอกคนละช่วง
เลือกเก็บจากต้นที่แข็งแรง ไม่เป็นโรค และเก็บจากหลายต้น คู่มือของ University of Georgia แนะนำอย่างน้อย 20 ต้นสำหรับผักผสมตัวเอง และ 80 ต้นสำหรับผักผสมข้าม เพื่อรักษาความหลากหลายในพันธุ์ ในบ้านเราทำไม่ถึงตัวเลขนี้ จึงยิ่งควรเริ่มจากผักผสมตัวเอง
เมล็ดเปียก กับเมล็ดแห้ง
| เมล็ดเปียก | เมล็ดแห้ง | |
|---|---|---|
| ผักตัวอย่าง | มะเขือเทศ แตงกวา มะเขือ แตงโม | ถั่ว ถั่วลันเตา พริก โหระพาและสมุนไพรที่เก็บจากดอก |
| เก็บตอนไหน | ผลสุกเต็มที่ | ฝักแห้งเป็นสีน้ำตาลจนเขย่าแล้วเมล็ดดังกรุกกริก พริกปล่อยให้สุกจนผิวเริ่มย่น |
| ทำยังไง | หมักให้เมือกหุ้มเมล็ดหลุด แล้วล้าง | แกะจากฝักหรือดอก แยกเศษออก |
หมักเมล็ดมะเขือเทศ ทีละขั้น
- ตักเมล็ดพร้อมเมือกใส่ภาชนะ ถ้าข้นจนคนไม่ได้ เติมน้ำเล็กน้อย
- วางไว้ที่อุณหภูมิราว 22-30 องศาเซลเซียส (72-86°F) คนวันละ 2-3 ครั้ง
- หมัก 48-72 ชั่วโมง ราขาวบาง ๆ ที่ผิวหน้าไม่เป็นอันตราย เป็นสัญญาณว่าการหมักกำลังทำงาน
- เสร็จเมื่อเมือกรอบเมล็ดหลุดหมด เมล็ดดีจะจมก้น เทน้ำ เมือก และเมล็ดที่ลอยทิ้ง
- ล้างผ่านกระชอนจนน้ำใส แล้วนำไปตาก
ถ้าเมล็ดเริ่มงอกระหว่างหมัก แปลว่าแช่นานเกินไป
ตากให้แห้งจริง
เกลี่ยเมล็ดเป็นชั้นเดียวบนจานพลาสติก แก้ว หรือเซรามิก อย่าใช้กระดาษทิชชูหรือกระดาษไข เพราะเมล็ดจะติด วางในที่อากาศถ่ายเทและแห้ง คู่มือของ UGA แนะนำความชื้นสัมพัทธ์ราว 20-40% เช่น ห้องที่เปิดแอร์ และใช้เวลาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป
ถั่วและถั่วลันเตา ปล่อยฝักให้แห้งคาต้น แล้วผึ่งในบ้านต่ออย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนแกะ หรือเก็บไว้ในฝักจนถึงวันปลูกก็ได้ เขียนป้ายชื่อพันธุ์ทุกจาน โดยเฉพาะถ้าเก็บหลายพันธุ์ในพืชชนิดเดียวกัน
เก็บให้อยู่นานในอากาศร้อนชื้น
ศัตรูของเมล็ดคือความร้อนและความชื้น หลักง่าย ๆ จากคู่มือของ UGA คือ อุณหภูมิ (°F) + ความชื้นสัมพัทธ์ (%) ไม่ควรเกิน 100
ลองคิดกับบ้านเรา
- วางไว้ในห้องที่ 30 องศาเซลเซียส = 86°F ความชื้นต้องไม่เกิน 100 - 86 = 14% ในห้องปกติทำไม่ได้
- ย้ายเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาที่ราว 5 องศาเซลเซียส = 41°F ความชื้นต้องไม่เกิน 100 - 41 = 59% ขวดแก้วปิดสนิทกับซิลิกาเจลทำได้
ดังนั้นในบ้านเรา ตู้เย็นคือที่เก็บที่ดีที่สุด ใช้ขวดแก้วฝามียาง ใส่ซองกระดาษเขียนชื่อพันธุ์และวันที่เก็บไว้ข้างใน พลาสติกกันความชื้นได้ไม่ดีพอ ตอนจะเปิดขวด ให้ตั้งทิ้งไว้จนขวดหายเย็นก่อน ไม่อย่างนั้นไอน้ำจะเกาะเมล็ด เมล็ดใหญ่อย่างถั่วแช่ช่องแข็งได้ และช่วยกันแมลงด้วย
อายุเมล็ดที่เก็บแห้งและเย็นตามคู่มือ UGA เช่น หอมใหญ่ 2 ปี ถั่วและพริก 3 ปี มะเขือเทศและมะเขือ 4-5 ปี แตงกวา ผักกาดหอม และปวยเล้ง 5 ปี
เมล็ดที่ยังไม่แห้งสนิท ใส่ขวดปิดสนิทแล้วจะขึ้นรา ตากให้แห้งจริงก่อนเก็บเสมอ
ทดสอบอัตรางอก และคำนวณจำนวนเมล็ดที่ต้องหว่าน
- วางเมล็ด 25 เมล็ดบนกระดาษทิชชูเปียก ม้วนขึ้น
- ใส่ถุงซิปที่เจาะรูเล็ก ๆ ไว้ในที่อุ่นสม่ำเสมออย่างน้อย 24 องศาเซลเซียส (75°F) ในบ้านเราส่วนใหญ่ได้อยู่แล้ว
- คลี่ออกนับเมล็ดที่งอกในวันที่ 7 และวันที่ 14
- อัตรางอก = เมล็ดที่งอกทั้งหมด ÷ 25
ตัวอย่าง เก็บเมล็ดพริกไว้ปีหนึ่ง ทดสอบแล้วงอก 18 เมล็ด
- อัตรางอก = 18 ÷ 25 = 0.72 หรือ 72%
- อยากได้ต้นกล้า 20 ต้น ต้องหว่าน 20 ÷ 0.72 ≈ 27.8 ปัดขึ้นเป็น 28 เมล็ด
- ถ้าทดสอบได้แค่ 10 เมล็ด (40%) ต้องหว่าน 20 ÷ 0.40 = 50 เมล็ด ถึงตรงนี้ควรเก็บเมล็ดชุดใหม่
เทียบกับเกณฑ์ขั้นต่ำของเมล็ดที่ขายในสหรัฐฯ ที่ UGA ยกมา เช่น มะเขือเทศ 75% ผักกาดหอมและแตงกวา 80% พริก 55% เมล็ดที่เก็บเองได้ใกล้ตัวเลขนี้ถือว่าใช้ได้
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- เก็บเมล็ดจากผล F1 ปลูกแล้วได้ต้นหน้าตาแปลกไป และมักให้ผลน้อยกว่า
- ปลูกฟักทองหลายพันธุ์ชิดกันแล้วเก็บเมล็ด ได้ลูกผสมที่เดาไม่ได้
- เก็บจากต้นที่ออกช้าที่สุดหรือต้นเดียว ถ้าเก็บแต่ต้นที่ออกช้า พันธุ์จะค่อย ๆ ออกผลช้าลง และพันธุ์แคบลงเรื่อย ๆ
- ตากบนกระดาษทิชชู เมล็ดติดแกะไม่ออก
- เก็บในห้องหรือถุงพลาสติก ร้อนและชื้นเกิน อายุเมล็ดสั้นลงมาก
- ไม่เขียนป้าย ปีหน้าจำไม่ได้ว่าขวดไหนพันธุ์อะไร
แหล่งข้อมูล
คำถามที่พบบ่อย
รู้ได้ยังไงว่าผักที่ปลูกอยู่เป็น F1
ดูที่ซองเมล็ดเดิม ถ้าระบุ F1 หรือลูกผสม คือพันธุ์ลูกผสม ถ้าไม่มีซองแล้วและไม่แน่ใจ ลองเก็บมาปลูกได้ แต่ให้ถือว่าเป็นการทดลอง ต้นที่ได้อาจไม่เหมือนเดิม
เก็บเมล็ดในถุงพลาสติกซิปได้ไหม
พลาสติกกันความชื้นได้ไม่ดีพอ ใช้ขวดแก้วที่ฝามียางกันอากาศจะดีกว่า ใส่ซองกระดาษเขียนชื่อพันธุ์และวันที่ไว้ข้างใน และใส่สารดูดความชื้นอย่างซิลิกาเจลช่วยได้
เมล็ดเก็บไว้ได้กี่ปี
ส่วนใหญ่ 2-5 ปีถ้าเก็บแห้งและเย็น ต่างกันตามชนิด เช่น หอมใหญ่ราว 2 ปี พริกและถั่วราว 3 ปี มะเขือเทศและมะเขือราว 4-5 ปี แตงกวาและผักกาดหอมราว 5 ปี ถ้าเก็บไว้นาน ทดสอบอัตรางอกก่อนปลูก
ข้อมูลเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ใช้ยาประจำ หรือมีโรคตับหรือไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกินสมุนไพรมากกว่าปริมาณในอาหารปกติ