บทความ › ผักและโภชนาการ

เก็บเมล็ดผักไว้ปลูกเอง พันธุ์ผสมเปิด กับ F1 เมล็ดเปียก เมล็ดแห้ง และอัตรางอก

เมล็ดจากพันธุ์ F1 ปลูกแล้วไม่เหมือนต้นแม่ เริ่มเก็บจากผักผสมตัวเองอย่างมะเขือเทศ ถั่ว พริก หมักเมล็ดเปียก ตากให้แห้ง เก็บในขวดปิดสนิทในตู้เย็น และคำนวณอัตรางอก

กลาง อ่าน 6 นาที 22 ตุลาคม 2569 ปลูกผักกินเองที่บ้าน ตั้งแต่แดดถึงจาน · บทที่ 11/20

อ่านจบแล้วจะรู้
  • เก็บเมล็ดจากพันธุ์ผสมเปิด ไม่ใช่ F1 เพราะเมล็ดรุ่นถัดไปของ F1 จะแปรปรวนและมักด้อยกว่าต้นแม่
  • เริ่มจากผักที่ผสมตัวเอง เช่น มะเขือเทศ ถั่ว พริก ผักกาดหอม ผักที่ผสมข้ามต้องปลูกพันธุ์เดียวหรือแยกให้ห่าง
  • เมล็ดเปียกอย่างมะเขือเทศ หมัก 48-72 ชั่วโมงให้เมือกหลุด แล้วตากเป็นชั้นเดียวอย่างน้อย 2 สัปดาห์
  • ทดสอบด้วยเมล็ด 25 เมล็ดบนกระดาษเปียก นับที่ 7 และ 14 วัน แล้วใช้อัตรางอกคำนวณว่าต้องหว่านกี่เมล็ด

เก็บเมล็ดผักไว้ปลูกเองได้ ถ้าเลือกต้นที่เป็นพันธุ์ผสมเปิดและเริ่มจากผักที่ผสมเกสรในดอกตัวเอง เมล็ดจากพันธุ์ F1 ปลูกแล้วต้นที่ได้จะไม่เหมือนต้นแม่ บทนี้อธิบายว่าเลือกต้นไหน แยกเมล็ดเปียกกับเมล็ดแห้งยังไง ตากและเก็บให้อยู่นานในอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา และทดสอบอัตรางอกพร้อมคำนวณว่าต้องหว่านกี่เมล็ด

พันธุ์ผสมเปิด กับ F1 ต่างกันยังไง

พันธุ์ผสมเปิด (open-pollinated)พันธุ์ลูกผสม F1 (F1 hybrid)
ได้มายังไงผสมกันเองในพันธุ์เดียวกันมาหลายรุ่นผสมข้ามระหว่างสายพันธุ์แท้สองสาย
เก็บเมล็ดปลูกต่อรุ่นถัดไปหน้าตาและผลผลิตใกล้เคียงต้นแม่รุ่นถัดไปแปรปรวน ไม่เหมือนต้นแม่ และมักด้อยกว่า
จุดเด่นเก็บเมล็ดเองได้ทุกปีต้นแข็งแรง ผลสม่ำเสมอ
ดูที่ซองไม่มีคำว่า F1เขียน F1 หรือลูกผสม

พันธุ์พื้นบ้านหรือพันธุ์เก่าที่ส่งต่อกันมาเป็นพันธุ์ผสมเปิดกลุ่มหนึ่ง ข้อควรรู้คือพันธุ์เก่ามักต้านทานโรคได้น้อยกว่าพันธุ์ใหม่

ผักผสมตัวเอง กับผักผสมข้าม

ผักที่ผสมตัวเอง เกสรผสมกันในดอกเดียว ไม่ค่อยข้ามไปผสมกับต้นอื่น เมล็ดจึงตรงพันธุ์ง่าย เหมาะสำหรับเริ่ม เช่น มะเขือเทศ ถั่ว ถั่วลันเตา พริก และผักกาดหอม

ผักที่ผสมข้าม อาศัยลมหรือแมลงพาเกสรจากต้นอื่น เช่น ฟักทองและพืชตระกูลแตง ข้าวโพด กะหล่ำและพืชตระกูลเดียวกัน แครอท และบีท ถ้าปลูกหลายพันธุ์ใกล้กัน เมล็ดที่ได้จะเป็นลูกผสมที่เดาไม่ได้ วิธีเลี่ยงคือปลูกพันธุ์เดียวของพืชชนิดนั้นในฤดูนั้น แยกให้ห่าง คลุมด้วยมุ้ง หรือปลูกให้ออกดอกคนละช่วง

เลือกเก็บจากต้นที่แข็งแรง ไม่เป็นโรค และเก็บจากหลายต้น คู่มือของ University of Georgia แนะนำอย่างน้อย 20 ต้นสำหรับผักผสมตัวเอง และ 80 ต้นสำหรับผักผสมข้าม เพื่อรักษาความหลากหลายในพันธุ์ ในบ้านเราทำไม่ถึงตัวเลขนี้ จึงยิ่งควรเริ่มจากผักผสมตัวเอง

เมล็ดเปียก กับเมล็ดแห้ง

เมล็ดเปียกเมล็ดแห้ง
ผักตัวอย่างมะเขือเทศ แตงกวา มะเขือ แตงโมถั่ว ถั่วลันเตา พริก โหระพาและสมุนไพรที่เก็บจากดอก
เก็บตอนไหนผลสุกเต็มที่ฝักแห้งเป็นสีน้ำตาลจนเขย่าแล้วเมล็ดดังกรุกกริก พริกปล่อยให้สุกจนผิวเริ่มย่น
ทำยังไงหมักให้เมือกหุ้มเมล็ดหลุด แล้วล้างแกะจากฝักหรือดอก แยกเศษออก

หมักเมล็ดมะเขือเทศ ทีละขั้น

  1. ตักเมล็ดพร้อมเมือกใส่ภาชนะ ถ้าข้นจนคนไม่ได้ เติมน้ำเล็กน้อย
  2. วางไว้ที่อุณหภูมิราว 22-30 องศาเซลเซียส (72-86°F) คนวันละ 2-3 ครั้ง
  3. หมัก 48-72 ชั่วโมง ราขาวบาง ๆ ที่ผิวหน้าไม่เป็นอันตราย เป็นสัญญาณว่าการหมักกำลังทำงาน
  4. เสร็จเมื่อเมือกรอบเมล็ดหลุดหมด เมล็ดดีจะจมก้น เทน้ำ เมือก และเมล็ดที่ลอยทิ้ง
  5. ล้างผ่านกระชอนจนน้ำใส แล้วนำไปตาก

ถ้าเมล็ดเริ่มงอกระหว่างหมัก แปลว่าแช่นานเกินไป

ตากให้แห้งจริง

เกลี่ยเมล็ดเป็นชั้นเดียวบนจานพลาสติก แก้ว หรือเซรามิก อย่าใช้กระดาษทิชชูหรือกระดาษไข เพราะเมล็ดจะติด วางในที่อากาศถ่ายเทและแห้ง คู่มือของ UGA แนะนำความชื้นสัมพัทธ์ราว 20-40% เช่น ห้องที่เปิดแอร์ และใช้เวลาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป

ถั่วและถั่วลันเตา ปล่อยฝักให้แห้งคาต้น แล้วผึ่งในบ้านต่ออย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนแกะ หรือเก็บไว้ในฝักจนถึงวันปลูกก็ได้ เขียนป้ายชื่อพันธุ์ทุกจาน โดยเฉพาะถ้าเก็บหลายพันธุ์ในพืชชนิดเดียวกัน

เก็บให้อยู่นานในอากาศร้อนชื้น

ศัตรูของเมล็ดคือความร้อนและความชื้น หลักง่าย ๆ จากคู่มือของ UGA คือ อุณหภูมิ (°F) + ความชื้นสัมพัทธ์ (%) ไม่ควรเกิน 100

ลองคิดกับบ้านเรา

  1. วางไว้ในห้องที่ 30 องศาเซลเซียส = 86°F ความชื้นต้องไม่เกิน 100 - 86 = 14% ในห้องปกติทำไม่ได้
  2. ย้ายเข้าตู้เย็นช่องธรรมดาที่ราว 5 องศาเซลเซียส = 41°F ความชื้นต้องไม่เกิน 100 - 41 = 59% ขวดแก้วปิดสนิทกับซิลิกาเจลทำได้

ดังนั้นในบ้านเรา ตู้เย็นคือที่เก็บที่ดีที่สุด ใช้ขวดแก้วฝามียาง ใส่ซองกระดาษเขียนชื่อพันธุ์และวันที่เก็บไว้ข้างใน พลาสติกกันความชื้นได้ไม่ดีพอ ตอนจะเปิดขวด ให้ตั้งทิ้งไว้จนขวดหายเย็นก่อน ไม่อย่างนั้นไอน้ำจะเกาะเมล็ด เมล็ดใหญ่อย่างถั่วแช่ช่องแข็งได้ และช่วยกันแมลงด้วย

อายุเมล็ดที่เก็บแห้งและเย็นตามคู่มือ UGA เช่น หอมใหญ่ 2 ปี ถั่วและพริก 3 ปี มะเขือเทศและมะเขือ 4-5 ปี แตงกวา ผักกาดหอม และปวยเล้ง 5 ปี

เมล็ดที่ยังไม่แห้งสนิท ใส่ขวดปิดสนิทแล้วจะขึ้นรา ตากให้แห้งจริงก่อนเก็บเสมอ

วาง 25 เมล็ดบนกระดาษชุบน้ำม้วนใส่ถุงที่อุ่น 24°C ขึ้นไปนับวันที่ 7 และ 14นับเมล็ดที่งอกงอก 18 เมล็ด = 72%18 ÷ 25อยากได้ 20 ต้นหว่าน 20 ÷ 0.72 ≈ 28 เมล็ด
อัตรางอกบอกว่าต้องหว่านกี่เมล็ดถึงได้ต้นกล้าตามที่ต้องการ

ทดสอบอัตรางอก และคำนวณจำนวนเมล็ดที่ต้องหว่าน

  1. วางเมล็ด 25 เมล็ดบนกระดาษทิชชูเปียก ม้วนขึ้น
  2. ใส่ถุงซิปที่เจาะรูเล็ก ๆ ไว้ในที่อุ่นสม่ำเสมออย่างน้อย 24 องศาเซลเซียส (75°F) ในบ้านเราส่วนใหญ่ได้อยู่แล้ว
  3. คลี่ออกนับเมล็ดที่งอกในวันที่ 7 และวันที่ 14
  4. อัตรางอก = เมล็ดที่งอกทั้งหมด ÷ 25

ตัวอย่าง เก็บเมล็ดพริกไว้ปีหนึ่ง ทดสอบแล้วงอก 18 เมล็ด

  • อัตรางอก = 18 ÷ 25 = 0.72 หรือ 72%
  • อยากได้ต้นกล้า 20 ต้น ต้องหว่าน 20 ÷ 0.72 ≈ 27.8 ปัดขึ้นเป็น 28 เมล็ด
  • ถ้าทดสอบได้แค่ 10 เมล็ด (40%) ต้องหว่าน 20 ÷ 0.40 = 50 เมล็ด ถึงตรงนี้ควรเก็บเมล็ดชุดใหม่

เทียบกับเกณฑ์ขั้นต่ำของเมล็ดที่ขายในสหรัฐฯ ที่ UGA ยกมา เช่น มะเขือเทศ 75% ผักกาดหอมและแตงกวา 80% พริก 55% เมล็ดที่เก็บเองได้ใกล้ตัวเลขนี้ถือว่าใช้ได้

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • เก็บเมล็ดจากผล F1 ปลูกแล้วได้ต้นหน้าตาแปลกไป และมักให้ผลน้อยกว่า
  • ปลูกฟักทองหลายพันธุ์ชิดกันแล้วเก็บเมล็ด ได้ลูกผสมที่เดาไม่ได้
  • เก็บจากต้นที่ออกช้าที่สุดหรือต้นเดียว ถ้าเก็บแต่ต้นที่ออกช้า พันธุ์จะค่อย ๆ ออกผลช้าลง และพันธุ์แคบลงเรื่อย ๆ
  • ตากบนกระดาษทิชชู เมล็ดติดแกะไม่ออก
  • เก็บในห้องหรือถุงพลาสติก ร้อนและชื้นเกิน อายุเมล็ดสั้นลงมาก
  • ไม่เขียนป้าย ปีหน้าจำไม่ได้ว่าขวดไหนพันธุ์อะไร

แหล่งข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

รู้ได้ยังไงว่าผักที่ปลูกอยู่เป็น F1

ดูที่ซองเมล็ดเดิม ถ้าระบุ F1 หรือลูกผสม คือพันธุ์ลูกผสม ถ้าไม่มีซองแล้วและไม่แน่ใจ ลองเก็บมาปลูกได้ แต่ให้ถือว่าเป็นการทดลอง ต้นที่ได้อาจไม่เหมือนเดิม

เก็บเมล็ดในถุงพลาสติกซิปได้ไหม

พลาสติกกันความชื้นได้ไม่ดีพอ ใช้ขวดแก้วที่ฝามียางกันอากาศจะดีกว่า ใส่ซองกระดาษเขียนชื่อพันธุ์และวันที่ไว้ข้างใน และใส่สารดูดความชื้นอย่างซิลิกาเจลช่วยได้

เมล็ดเก็บไว้ได้กี่ปี

ส่วนใหญ่ 2-5 ปีถ้าเก็บแห้งและเย็น ต่างกันตามชนิด เช่น หอมใหญ่ราว 2 ปี พริกและถั่วราว 3 ปี มะเขือเทศและมะเขือราว 4-5 ปี แตงกวาและผักกาดหอมราว 5 ปี ถ้าเก็บไว้นาน ทดสอบอัตรางอกก่อนปลูก

ข้อมูลเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ใช้ยาประจำ หรือมีโรคตับหรือไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกินสมุนไพรมากกว่าปริมาณในอาหารปกติ

อ่านต่อ

#ผักกลาง

ปลูกมะเขือเทศในอากาศไทย เลือกพันธุ์ทนร้อน ทำค้าง ดอกร่วงเพราะร้อน และโรคหน้าฝน

มะเขือเทศติดผลยากเมื่อกลางวันร้อนเกินราว 29-35 องศาและคืนอุ่นเกินราว 21-24 องศา เลือกผลเล็กทนร้อน ปลูกให้ออกดอกหน้าหนาว ทำค้าง และรับมือโรคเหี่ยวเขียวหน้าฝน

อ่าน 7 นาที
#ผักเริ่มต้น

ผักไชยา ปลูกง่าย ทนร้อน แต่ห้ามกินดิบ ต้ม 15-20 นาที เปิดฝา และเทน้ำทิ้ง

ผักไชยา (chaya) ใบดิบปล่อยไซยาไนด์ ต้ม 15 นาทีลดลง 99.94% แต่วิตามินบางตัวหายด้วย วิธีปลูกจากกิ่งปักชำ เก็บใบ และต้มให้ปลอดภัย

อ่าน 6 นาที
#ผักขั้นสูง

ไนเตรตในผักใบ ทำไม ไฮโดรโปนิกส์ มักสูง และน้ำเปล่าก่อนเก็บช่วยได้แค่ไหน

งานวิจัยที่ปัตตานีเปลี่ยนสารละลายเป็นน้ำประปา 48-72 ชั่วโมงก่อนเก็บผักสลัด ไนเตรตลดราว 61-63% แลกกับวิตามินซีที่ลดลงบ้าง พร้อมเรื่องแสง เวลาเก็บ และปุ๋ย

อ่าน 7 นาที