บทความ › ดินและปุ๋ยหมัก

เลี้ยงไส้เดือนทำปุ๋ยในบ้าน เลือกสายพันธุ์ ให้อาหาร คุมความชื้น และเก็บมูล

ตั้งกะละมังเลี้ยงไส้เดือนในที่ร่ม เตรียมวัสดุรองพื้นให้หมาด ให้อาหารตามน้ำหนักไส้เดือน และเก็บมูลเมื่อวัสดุกลายเป็นเม็ดร่วน พร้อมวิธีแก้กลิ่น แมลงวัน และไส้เดือนหนี

กลาง อ่าน 8 นาที 22 ตุลาคม 2569 ปลูกผักกินเองที่บ้าน ตั้งแต่แดดถึงจาน · บทที่ 12/20

อ่านจบแล้วจะรู้
  • ใช้ไส้เดือนกลุ่มที่อยู่ผิวดินหรือใต้กองซากอินทรีย์ เช่น สายพันธุ์ AF (Eudrilus eugeniae) ที่ใช้กันในไทย ไม่ใช่ไส้เดือนที่ขุดรูลึกในสวน
  • วัสดุรองพื้นต้องหมาด บีบแล้วมีน้ำหยดแค่ 2-3 หยด ความชื้นราว 70-80% และตั้งในที่ร่ม ไม่โดนแดดและฝน
  • เริ่มให้อาหารราว 120-150 กรัมต่อไส้เดือน 1 กิโลกรัมต่อวัน กลบอาหารทุกครั้ง และเติมใหม่เมื่อของเดิมหมด
  • เก็บมูลเมื่อวัสดุรองพื้นกลายเป็นเม็ดร่วนทั้งหมด งดน้ำราว 7 วันก่อนร่อนแยกตัว

กะละมังเลี้ยงไส้เดือนหนึ่งใบเปลี่ยนเศษผักในครัวให้เป็นมูลไส้เดือน ปุ๋ยเม็ดร่วนที่ผสมดินปลูกได้ดี โดยไม่ต้องพลิกกองให้ร้อนแบบปุ๋ยหมัก หัวใจมีสี่ข้อ คือ เลือกไส้เดือนให้ถูกกลุ่ม ตั้งในที่ร่ม คุมความชื้นให้หมาด และให้อาหารไม่เกินที่มันกินทัน บทนี้ให้ตัวเลขจากคู่มือในไทยและต่างประเทศ พร้อมตัวอย่างคำนวณอาหารสำหรับกะละมังหนึ่งใบ

ถ้าอยากทำปุ๋ยหมักแบบกองก่อน ดูบททำปุ๋ยหมักจากเศษผักในบ้าน

เลือกไส้เดือนให้ถูกกลุ่ม

ไส้เดือนดินแบ่งได้กว้าง ๆ เป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่ขุดรูอยู่ลึกในดิน กับกลุ่มที่อยู่ผิวดินหรือใต้กองซากอินทรีย์ กลุ่มหลังย่อยอินทรียวัตถุได้ดีกว่าและขยายพันธุ์เร็วกว่า จึงเป็นกลุ่มที่ใช้ทำปุ๋ย

สายพันธุ์ข้อมูลที่มี
AF หรือแอฟริกันไนท์ครอเลอร์ (Eudrilus eugeniae)งานวิจัยในไทยเรียกว่าสายพันธุ์การค้า ตัวใหญ่ ในงานทดลองหนึ่งน้ำหนักเฉลี่ยราว 1.7 กรัมต่อตัว
Pheretima peguanaใช้ในงานวิจัยในไทย ในการทดลองเดียวกันตัวเล็กกว่ามาก ราว 0.2 กรัมต่อตัว และปรับตัวกับวัสดุรองพื้นชุดนั้นได้ไม่ดีเท่า AF
Perionyx sp.งานทบทวนของมหาวิทยาลัยแม่โจ้อ้างถึงเป็นสายพันธุ์ไทย
ไส้เดือนแดง (Eisenia fetida)สายพันธุ์หลักในคู่มือของสหรัฐฯ ชอบอากาศราว 15-25 องศาเซลเซียส

สำหรับมือใหม่ หาพ่อแม่พันธุ์จากผู้เลี้ยงที่บอกสายพันธุ์ได้ชัด อย่าขุดจากสวนหรือใช้ไส้เดือนตกปลา

ภาชนะและที่ตั้ง

  • กะละมังขนาดราว 50 ซม. เจาะรูระบายน้ำด้านล่างราว 20-30 รู ถ้าเลี้ยงมากขึ้น ใช้วงบ่อซีเมนต์ขนาด 80-100 ซม.
  • ตั้งในที่ร่ม ไม่โดนแดดแรงและไม่โดนฝน
  • กันศัตรู มด จิ้งจก อึ่งอ่าง และจิ้งเหลน ชอบมากินไส้เดือนกลุ่มผิวดิน คลุมด้วยตาข่ายกันสัตว์

คู่มือของ NC State ให้หลักคิดขนาดภาชนะว่า พื้นที่ผิว 1 ตารางฟุต (ราว 30 x 30 ซม.) ต่อเศษอาหาร 1 ปอนด์ (ราว 450 กรัม) ต่อสัปดาห์ ลึก 20-50 ซม. และเจาะรูระบายอากาศที่ผนังด้านบนใกล้ฝา

วัสดุรองพื้น

วัสดุรองพื้น (bedding) คือที่อยู่ของไส้เดือน มีสองแบบที่ใช้กันมาก

มูลวัว แบบที่ผู้เลี้ยงในไทยนิยม ต้องแช่น้ำ 1-2 คืนแล้วถ่ายน้ำ รวม 3 ครั้ง ใช้เวลาเตรียมราว 7 วัน เพื่อให้มูลเย็นลง มูลวัวสดยังร้อนและมีแก๊สมาก ไส้เดือนอยู่ไม่ได้ แช่เสร็จปล่อยน้ำออกให้หมาด ตักใส่กะละมังหนา 15-20 ซม.

กระดาษและใบไม้ แบบในคู่มือของ NC State ฉีกกระดาษหนังสือพิมพ์ ถุงกระดาษ หรือกล่องกระดาษเป็นเส้นกว้างราว 1 ซม. แช่น้ำ 5-10 นาที บิดให้หมาด ใส่ราวครึ่งภาชนะ และโรยดินดีลงไปหนึ่งกำมือ ไม่ใช้กระดาษมันหรือนิตยสาร

ปล่อยไส้เดือนลงบนผิวหน้าแล้วสังเกต ถ้าไส้เดือนมุดลงไปเอง แปลว่าวัสดุรองพื้นใช้ได้ ถ้าไม่ยอมมุด มักเป็นเพราะมูลวัวยังแช่ไม่ครบ หรือมีสารล้างคอกปนมา

ความชื้นและอุณหภูมิ

ไส้เดือนกลุ่มที่อยู่ใต้กองมูลสัตว์หรือซากอินทรีย์ชอบความชื้นราว 70-80% ส่วนคู่มือ NC State ให้ราว 80% วิธีวัดง่ายที่สุดคือหยิบวัสดุรองพื้นมาบีบ มีน้ำหยดแค่ 2-3 หยด ถ้าน้ำไหลเป็นสายคือแฉะเกิน ถ้าไม่มีหยดเลยคือแห้งเกิน

เอกสารเผยแพร่ในไทยแนะนำให้สเปรย์น้ำเมื่อผิวหน้าแห้ง ราวทุก 1-2 วันตามสภาพอากาศ อย่าให้แฉะ เพราะไส้เดือนจะหนีออกจากภาชนะ

อุณหภูมิที่เหมาะอยู่ราว 15-28 องศาเซลเซียส และไส้เดือนในเขตร้อนทนร้อนได้ดีกว่าไส้เดือนเขตอบอุ่น ช่วงหน้าร้อนบ้านเราร้อนกว่านั้นได้ง่าย จึงต้องตั้งในที่ร่มที่ลมผ่าน ไม่ตั้งชิดผนังที่โดนแดดบ่าย และไม่ปิดฝาทึบจนอบ

บีบวัสดุรองพื้นแล้วมีน้ำหยด 2-3 หยด คือความชื้นที่ไส้เดือนชอบ วัดแบบนี้ทุกครั้งที่ให้อาหาร

ให้อาหารเท่าไหร่ ตัวอย่างกะละมังหนึ่งใบ

แหล่งข้อมูลให้ตัวเลขต่างกันพอสมควร จึงเริ่มจากต่ำแล้วค่อยเพิ่ม

  • เอกสารในไทย: เศษผักสีเขียวและวัชพืช 120-150 กรัมต่อไส้เดือน 1 กิโลกรัมต่อวัน ถ้าเป็นสายพันธุ์ต่างประเทศให้เป็น 2 เท่า
  • NC State: ไส้เดือน 1 ปอนด์กินเศษอาหาร ได้ถึง 2 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือราว 285 กรัมต่อไส้เดือน 1 กิโลกรัมต่อวัน

ตัวอย่าง กะละมัง 50 ซม. ปล่อยไส้เดือน 300 กรัม (เอกสารในไทยแนะนำ 250-300 กรัมต่อกะละมัง)

  1. ตัวเลขต่ำ: 0.3 กก. x 120-150 กรัม = 36-45 กรัมต่อวัน หรือราว 250-315 กรัมต่อสัปดาห์
  2. ตัวเลขสูง: 0.3 กก. x 285 กรัม ≈ 86 กรัมต่อวัน หรือราว 600 กรัมต่อสัปดาห์
  3. เริ่มที่ราว 250 กรัมต่อสัปดาห์ หั่นเศษผักให้เล็ก วางเป็นชั้นบางไม่เกิน 2.5 ซม. แล้วกลบด้วยวัสดุรองพื้น 2.5-5 ซม.
  4. เติมรอบใหม่เมื่อของเดิมหายไปเกือบหมดเท่านั้น ถ้ากินหมดเร็ว ค่อย ๆ เพิ่มไปทางตัวเลขสูง

เอกสารในไทยระบุว่าราว 4-6 สัปดาห์ จำนวนไส้เดือนจะเพิ่มเป็นราวสองเท่า อาหารที่ใช้ก็ต้องเพิ่มตาม

ใส่ได้ไม่ควรใส่
เศษผัก เปลือกผลไม้เนื้อสัตว์ กระดูก ปลา
กากกาแฟ ถุงชา (ทีละน้อย)ของทอด ของมัน ไขมัน
เปลือกไข่บดของเค็ม อาหารปรุงรสจัด
เศษใบไม้และวัชพืชสดส้ม มะนาว หอม กระเทียม
กระดาษกรองกาแฟมูลสุนัข แมว และคน
สัปดาห์แรกแช่มูลวัว 7 วัน ทำวัสดุรองพื้นวันปล่อยใส่ไส้เดือน 300 กรัม4-6 สัปดาห์ให้อาหารทีละน้อย ดูความชื้นราว 45 วันวัสดุกลายเป็นมูลเกือบหมดก่อนเก็บงดน้ำ 7 วัน แล้วร่อนแยกตัว
จากเตรียมวัสดุรองพื้นถึงร่อนมูล สำหรับกะละมังที่ใช้มูลวัว

เก็บมูลไส้เดือน

ถ้าใช้มูลวัวเป็นวัสดุรองพื้น เอกสารในไทยบอกว่าราว 45 วัน วัสดุจะกลายเป็นมูลไส้เดือนทั้งหมด ลักษณะเป็นเม็ดเล็กรี ๆ คล้ายลูกรักบี้ ส่วนภาชนะที่ใช้กระดาษเป็นวัสดุรองพื้นแบบ NC State ใช้เวลาราว 4 เดือน

วิธีแยกตัวออกจากมูล

  1. งดน้ำราว 7 วัน ให้มูลแห้งลง ร่อนง่ายขึ้น
  2. ร่อน ผ่านตะกร้าหรือตะแกรงรูเล็กที่มูลลอดได้แต่ตัวไส้เดือนไม่ลอด
  3. ให้ไส้เดือนย้ายเอง ให้อาหารแค่ด้านเดียวของภาชนะหลายสัปดาห์ ไส้เดือนจะย้ายไปฝั่งนั้น แล้วตักมูลฝั่งที่ว่าง
  4. ใช้แสง เทลงบนแผ่นพลาสติกในที่สว่าง ไส้เดือนหนีแสงลงไปข้างล่าง ปาดมูลชั้นบนออกทุกราว 5 นาที

ระหว่างนั้นสังเกตถุงไข่ ทรงคล้ายมะนาว ขนาดราวหัวไม้ขีด เก็บคืนลงภาชนะพร้อมตัวไส้เดือน

มูลที่ได้ผสมดินปลูกหรือโรยรอบโคนต้น แล้วกลบดินหรือคลุมวัสดุคลุมดินไว้ อย่าตากแดด

มูลไส้เดือนใช้กับดิน ไม่ใช่ราดบนใบผักที่จะเก็บกินสด

ปัญหาที่เจอบ่อยและวิธีแก้

อาการสาเหตุที่พบบ่อยวิธีแก้
เหม็นให้อาหารมากเกิน แฉะเกิน อาหารโผล่ อากาศไม่พองดอาหาร 2 สัปดาห์ เติมวัสดุรองพื้นแห้ง กลบอาหาร เจาะรูเพิ่ม
แมลงวันตอมอาหารโผล่หรือเน่า ให้มากเกินกลบอาหารทุกครั้ง ไม่ใส่ของเน่า ลดปริมาณ
ไส้เดือนหนีออกแฉะเกิน ร้อนเกิน หรืออาหารไม่เหมาะแก้ความชื้นและที่ตั้งก่อน
มีน้ำขังก้นรดน้ำมากเกิน หรือใส่ของฉ่ำน้ำมากเติมวัสดุรองพื้นแห้ง ลดเศษผลไม้ฉ่ำน้ำ
ไส้เดือนตายแห้งหรือแฉะเกิน ร้อนจัด ขาดอากาศหรืออาหารย้ายที่ร่มเย็น ปรับความชื้น เติมอาหารและวัสดุรองพื้น

ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย

  • ใช้มูลวัวสดทันที ยังร้อนและมีแก๊ส ไส้เดือนตายหรือหนี
  • ให้อาหารทีละเยอะ อาหารเน่าก่อนไส้เดือนกินทัน กลิ่นตามมา
  • ไม่กลบอาหาร แมลงวันวางไข่
  • ตั้งกลางแดดหรือรับฝน ร้อนเกินหรือน้ำท่วม
  • ขุดไส้เดือนในสวนมาใช้ ผิดกลุ่ม อยู่ในภาชนะไม่ได้

แหล่งข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

ขุดไส้เดือนในสวนมาเลี้ยงได้ไหม

ไม่แนะนำ ไส้เดือนที่ขุดรูอยู่ลึกในดินไม่ชอบอยู่ในภาชนะตื้นที่มีอาหารกองหนา ไส้เดือนที่ใช้ทำปุ๋ยเป็นกลุ่มที่อยู่ผิวดินหรือใต้กองซากอินทรีย์ ย่อยเร็วและขยายพันธุ์เร็วกว่า ควรหาพ่อแม่พันธุ์จากผู้เลี้ยง

เศษอาหารอะไรห้ามใส่

เนื้อสัตว์ กระดูก ปลา ของมัน ของเค็ม อาหารปรุงรสจัด ผลไม้ตระกูลส้มและมะนาว หอม กระเทียม และมูลสุนัขหรือแมว ใส่เศษผักผลไม้ดิบ กากกาแฟทีละน้อย และเปลือกไข่บดจะปลอดภัยกว่า

น้ำหมักมูลไส้เดือนรดผักกินใบได้ไหม

ใช้รดดินได้ แต่คู่มือของ NC State แนะนำว่าอย่าราดลงบนส่วนที่กินของผัก เว้นแต่มั่นใจว่าไม่มีเชื้อโรค ผักที่กินสดยิ่งต้องระวัง ราดที่โคนดินแทน

ข้อมูลเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ใช้ยาประจำ หรือมีโรคตับหรือไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกินสมุนไพรมากกว่าปริมาณในอาหารปกติ

อ่านต่อ

#ดินและปุ๋ยกลาง

ถ่านแกลบ ไบโอชาร์ ช่วยดินเปรี้ยวได้มาก ดินดีได้น้อย ถ่านปิ้งย่างใช้แทนไม่ได้

งานวิจัยถ่านแกลบในติมอร์-เลสเต ผลผลิตผักเพิ่มหลายเท่าบนดินกรดที่ขาดธาตุ แต่ดินดีแทบไม่เปลี่ยน วิธีชาร์จถ่านกับปุ๋ยหมัก ใส่เท่าไหร่ และทำเองให้ปลอดภัย

อ่าน 6 นาที
#ดินและปุ๋ยเริ่มต้น

กากกาแฟ กับ เปลือกไข่ ใส่แปลงผัก ช่วยจริงไหม งานวิจัยว่าอย่างไร

เปลือกไข่ใช้เวลา 1-5 ปีกว่าจะย่อย และไม่ได้กันก้นผลเน่า กากกาแฟสดทำให้เมล็ดงอกน้อยลงได้ ใช้ทั้งสองอย่างให้ถูกที่ คือในกองปุ๋ยหมัก

อ่าน 6 นาที
#ดินและปุ๋ยเริ่มต้น

สารเร่ง พด. แต่ละเบอร์ใช้ทำอะไร ขอรับที่ไหน และใช้ในบ้านยังไง

สารเร่ง พด. ของกรมพัฒนาที่ดิน มีหลายเบอร์ พด.1 ทำปุ๋ยหมัก พด.2 ทำน้ำหมัก พด.3 กันรากเน่า พด.6 ดับกลิ่น พด.7 ไล่แมลง พด.9 ละลายฟอสฟอรัส ใช้ยังไงให้ถูกเบอร์

อ่าน 7 นาที