ปลูกมะเขือเทศในอากาศไทย เลือกพันธุ์ทนร้อน ทำค้าง ดอกร่วงเพราะร้อน และโรคหน้าฝน
มะเขือเทศติดผลยากเมื่อกลางวันร้อนเกินราว 29-35 องศาและคืนอุ่นเกินราว 21-24 องศา เลือกผลเล็กทนร้อน ปลูกให้ออกดอกหน้าหนาว ทำค้าง และรับมือโรคเหี่ยวเขียวหน้าฝน
- มะเขือเทศชอบอากาศอุ่นและแห้ง ร้อนจัดต่อเนื่องทำให้เกสรเสีย ดอกร่วง และผลไม่ค่อยเปลี่ยนเป็นสีแดง
- แหล่งข้อมูลให้เกณฑ์ต่างกัน กลางวันราว 29-35 องศาและกลางคืนราว 21-24 องศาขึ้นไปเป็นช่วงที่เริ่มมีปัญหา
- มะเขือเทศผลเล็กแบบเชอร์รีทนร้อนดีกว่าผลใหญ่ และพันธุ์เลื้อยต้องทำค้างกับเด็ดแขนง
- หน้าฝนในไทยคือฤดูของโรคเหี่ยวเขียว ระบายน้ำ ไม่ปลูกซ้ำที่พืชตระกูลเดียวกัน และถอนต้นที่เป็นทิ้งทันที
มะเขือเทศปลูกในไทยได้ แต่เป็นพืชที่อากาศมีผลกับผลผลิตมาก มะเขือเทศชอบอากาศอุ่นและแห้ง เมื่อกลางวันร้อนจัดและกลางคืนอุ่นติดกันหลายวัน เกสรจะเสีย ดอกร่วงโดยไม่ติดผล ส่วนหน้าฝนที่ร้อนชื้นคือช่วงที่โรคเหี่ยวเขียวระบาดหนัก บทนี้ว่าด้วยการเลือกพันธุ์ การวางเวลาให้ออกดอกในช่วงเย็น การทำค้าง และการรับมือโรคหน้าฝนแบบไม่ใช้สาร
มะเขือเทศกับความร้อน ตัวเลขที่ควรรู้
ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้ทุกพันธุ์ แต่ละแหล่งให้เกณฑ์ต่างกันพอสมควร
| แหล่งข้อมูล | เกณฑ์ที่ระบุ |
|---|---|
| University of Minnesota Extension | ร้อนต่อเนื่องเกิน 85°F (ราว 29 °C) กลางวัน และ 70°F (ราว 21 °C) กลางคืน ต้นเครียด ดอกผสมติดยาก และร่วง |
| University of Maryland Extension | ดอกและผลลดลงเมื่อต่ำกว่า 55°F (ราว 13 °C) หรือสูงกว่า 95°F (35 °C) |
| UF/IFAS (ฟลอริดา) | เมื่อกลางคืนเฉลี่ยขึ้นไปราว 80°F (ราว 27 °C) มะเขือเทศผลใหญ่ยังออกดอกแต่หยุดติดผล ยกเว้นผลเล็กแบบเชอร์รีกับองุ่น ที่มักให้ผลได้ตลอดหน้าร้อนของฟลอริดา |
อีกสองข้อจาก University of Minnesota ที่ช่วยเข้าใจอาการ ดอกมะเขือเทศพร้อมรับเกสรอยู่ราว 50 ชั่วโมง ถ้าช่วงนั้นร้อนทั้งกลางวันและกลางคืน ดอกรุ่นนั้นจะร่วงทั้งรุ่น และผลสุกได้สีดีที่สุดราว 20-25 °C เพราะสารสีแดงไม่สร้างเมื่อเกินราว 29 °C ผลที่สุกในช่วงร้อนจัดจึงอาจสีไม่แดงเต็มที่
ดอกร่วงเพราะร้อนไม่ใช่โรค ไม่ต้องฉีดอะไร รดน้ำและบำรุงต่อ ต้นที่แข็งแรงจะกลับมาติดผลเมื่อกลางคืนเย็นลง
เลือกพันธุ์
- ผลเล็ก แบบเชอร์รีและองุ่น ทนร้อนกว่าผลใหญ่ชัดเจนตามข้อมูลของ UF/IFAS เป็นตัวเลือกแรกสำหรับคนเริ่มปลูกในที่ราบ
- พันธุ์ที่ซองระบุว่าทนร้อน (heat-set) หรือต้านทานโรค เช่น ต้านทานโรคเหี่ยวเขียวหรือใบหงิกเหลือง ช่วยมากถ้าจะปลูกนอกหน้าหนาว
ดูอีกเรื่องคือลักษณะการเติบโต พันธุ์เลื้อย (indeterminate) โตไม่หยุด ต้องทำค้างและเด็ดแขนง ให้ผลยาวหลายเดือน พันธุ์พุ่ม (determinate) ต้นกะทัดรัด ให้ผลรุ่นเดียว เหมาะกับกระถาง
ปลูกให้ออกดอกตรงหน้าหนาว
ฤดูของไทยแบ่งเป็นฤดูร้อนกลางกุมภาพันธ์ถึงกลางพฤษภาคม ฤดูฝนกลางพฤษภาคมถึงกลางตุลาคม และฤดูหนาวกลางตุลาคมถึงกลางกุมภาพันธ์ เป้าหมายคือให้ช่วงออกดอกติดผลอยู่ในหน้าหนาว ซึ่งกลางคืนเย็นที่สุด และพ้นหน้าฝนที่โรคหนัก
คู่มือฝึกอบรมของศูนย์ผักโลกระบุตรง ๆ ว่ามะเขือเทศเหมาะกับอากาศอุ่นและแห้ง ในฤดูร้อนชื้นผลผลิตต่ำ ทั้งจากการติดผลไม่ดีเพราะร้อนจัด และจากโรคหลายโรค ซึ่งโรคเหี่ยวเขียวมักร้ายแรงที่สุด
ตัวอย่าง อ่านอุณหภูมิหนึ่งสัปดาห์ แล้วตัดสินใจ
สมมุติวางเทอร์โมมิเตอร์แบบจำค่าสูงสุดต่ำสุดไว้ในร่มข้างแปลง แล้วจดเจ็ดคืน ได้อุณหภูมิต่ำสุดตอนกลางคืนเป็น 26, 25, 25, 24, 23, 22, 22 องศา
- เทียบกับเกณฑ์ล่างของ University of Minnesota ที่ราว 21 องศา ทุกคืนสูงกว่า ต้นยังเครียดอยู่
- เทียบกับเกณฑ์ราว 24 องศา สี่คืนแรกยังเท่าหรือเกิน สามคืนหลังต่ำกว่าแล้ว
- แนวโน้มคือกลางคืนกำลังเย็นลง ดอกที่บานในสัปดาห์ถัดไปมีโอกาสติดผลดีขึ้นกว่าดอกที่ร่วงไปเมื่อต้นสัปดาห์
- สิ่งที่ทำคือดูแลต่อตามปกติ ไม่เปลี่ยนปุ๋ย ไม่ฉีดอะไร แล้วดูว่ามีผลเล็กติดที่ขั้วดอกรุ่นใหม่หรือไม่
ส่วนน้ำ UF/IFAS แนะนำน้ำราว 1-2 นิ้วต่อสัปดาห์ (ราว 25-50 มิลลิเมตร) สำหรับปลูกลงดิน รดลึกน้อยครั้งดีกว่ารดผิว ๆ บ่อย ๆ คิดเป็นปริมาตร แปลง 1 ตารางเมตร x 25-50 มิลลิเมตร = น้ำ 25-50 ลิตรต่อสัปดาห์ ถ้าฝนตกก็หักออก
ทำค้าง และเลือกกระถาง
ทำค้างเพื่อให้ผลไม่แตะพื้น ใช้หลักปักหรือกรงมะเขือเทศก็ได้ พันธุ์เลื้อยต้องมีค้างที่สูงพอ และเด็ดแขนงตามที่ต้นแตกเพื่อไม่ให้รกจนลมไม่ผ่าน ใช้กรรไกรที่สะอาด ถ้ามีต้นเป็นโรคในแปลง ให้ล้างหรือแช่ฆ่าเชื้อกรรไกรก่อนไปตัดต้นอื่น
ถ้าปลูกกระถาง University of Maryland Extension ให้มะเขือเทศต้นปกติใช้ดินอย่างน้อย 8-10 แกลลอน (ราว 30-38 ลิตร) ลึก 30-40 เซนติเมตร ต้นละใบ ส่วนพันธุ์แคระใช้ 4-6 แกลลอน (ราว 15-23 ลิตร) ได้
โรคหน้าฝน
| โรค | อาการ | ทำอะไรได้ |
|---|---|---|
| เหี่ยวเขียว (bacterial wilt) | ยอดอ่อนเหี่ยวช่วงร้อนที่สุดของวัน ใบยังเขียว แล้วทั้งต้นเหี่ยวตาย ตัดโคนแช่น้ำใสจะเห็นเมือกขาวไหลออก | ถอนทิ้งทันที ระบายน้ำ ไม่ปลูกซ้ำที่มะเขือ พริก มันฝรั่ง ใช้ต้นต่อที่ต้านทาน |
| ใบหงิกเหลือง (TYLCV) | ใบอ่อนเหลืองตามขอบและเส้นใบ หงิก ต้นแคระเป็นพุ่ม ดอกร่วง | ใช้พันธุ์ต้านทาน ถอนต้นที่เป็นทิ้ง ดักแมลงหวี่ขาวด้วยกับดักกาวเหลือง ดูใต้ใบ |
โรคเหี่ยวเขียว อาการรุนแรงเมื่ออากาศร้อนเกินราว 30 องศา ชื้น และฝนตกจนดินเปียก เชื้ออยู่ในดิน น้ำ และเศษพืช เข้าทางแผลที่ราก แนวทางของศูนย์ผักโลก
- เลือกที่ที่ไม่เคยเป็นโรค ระบายน้ำดี ไม่มีน้ำไหลผ่านมาจากแปลงที่เป็นโรค
- ปลูกหมุนเวียนกับพืชอื่นที่ไม่ใช่ตระกูลมะเขือ เช่น ถั่ว ข้าวโพด กะหล่ำ และไม่ปลูกพริก มะเขือ มันฝรั่ง ในที่เดียวกัน
- ระบายน้ำออกให้เร็วหลังฝน ไม่รดน้ำมากเกิน
- ถอนต้นที่เป็นโรคทิ้ง และฆ่าเชื้อเครื่องมือ
- ลดไส้เดือนฝอยรากปม เพราะทำแผลให้เชื้อเข้าราก
- เสียบยอดบนต้นตอมะเขือหรือมะเขือเทศที่ต้านทาน เป็นวิธีที่คู่มือแนะนำสำหรับพื้นที่ที่โรคระบาดซ้ำ
ถ้าปลูกกระถางแล้วเจอโรคนี้ อย่าเอาดินจากกระถางนั้นไปใช้ปลูกพืชตระกูลมะเขืออีก
ใบหงิกเหลือง แมลงหวี่ขาวตัวเต็มวัยเป็นพาหะ ได้รับเชื้อหลังดูดกินต้นที่เป็นโรคเพียง 15-30 นาที และอาการอาจใช้เวลาถึงสามสัปดาห์กว่าจะเห็น ต้นที่ติดเชื้อตั้งแต่อายุน้อยอาจไม่ให้ผลเลย
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- เริ่มปลูกพันธุ์ผลใหญ่ตอนเข้าหน้าร้อน ต้นงามแต่ดอกร่วงเกือบหมด
- ฉีดสารเมื่อดอกร่วงเพราะร้อน เปลืองแรงและไม่ช่วย ปัญหาคืออากาศ
- ปลูกมะเขือเทศต่อจากพริกหรือมะเขือในดินเดิม โรคในดินสะสม
- ปล่อยให้น้ำขังโคนหน้าฝน เปิดทางให้โรคเหี่ยวเขียว
- เก็บต้นที่สงสัยว่าเป็นไวรัสไว้ แมลงหวี่ขาวพาเชื้อไปต้นอื่น
มะเขือเทศและพริกเป็นพืชตระกูลเดียวกัน หลายเรื่องในบทนี้ใช้กับปลูกพริกขี้หนูในกระถาง ได้ด้วย
แหล่งข้อมูล
- Bacterial Wilt Management in Tomato: Training course guide — World Vegetable Center
- How vegetables respond to heat — University of Minnesota Extension
- Poor Blossom and Fruit Set of Vegetables — University of Maryland Extension
- Tomatoes — UF/IFAS Gardening Solutions
- Tomato Yellow Leaf Curl Virus — NC State Extension
- Types of Containers for Growing Vegetables — University of Maryland Extension
คำถามที่พบบ่อย
ดอกร่วงเพราะร้อน ต้องฉีดอะไรไหม
ไม่ต้อง ความร้อนเป็นเรื่องอากาศ ไม่ใช่โรค รดน้ำและบำรุงต่อไปตามปกติ ต้นที่แข็งแรงจะกลับมาติดผลเมื่อกลางคืนเย็นลง สิ่งที่ทำได้คือวางแผนให้ช่วงออกดอกตรงกับหน้าหนาว
รู้ได้ยังไงว่าเป็นโรคเหี่ยวเขียว
ยอดอ่อนเหี่ยวตอนกลางวันที่ร้อนที่สุดทั้งที่ใบยังเขียว แล้วทั้งต้นเหี่ยวตายในเวลาไม่นาน ลองตัดโคนต้นแช่แก้วน้ำใส ถ้ามีเมือกขาวขุ่นไหลออกมาเป็นสาย คล้ายควัน มักเป็นโรคนี้
ใบหงิกเหลืองเป็นด่าง ต้นแคระ เกิดจากอะไร
อาการนี้เข้าได้กับโรคใบหงิกเหลืองที่แมลงหวี่ขาวเป็นพาหะ แต่อาการคล้ายกับไวรัสอื่นหรือการขาดธาตุได้ ถ้าเป็นไวรัส ต้นจะไม่หาย ถอนทิ้งเพื่อไม่ให้แมลงพาไปต้นอื่น และสอบถามเจ้าหน้าที่เกษตรในพื้นที่ถ้าไม่แน่ใจ
ข้อมูลเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ใช้ยาประจำ หรือมีโรคตับหรือไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกินสมุนไพรมากกว่าปริมาณในอาหารปกติ