ไมโครพลาสติก ในปุ๋ยหมัก งานวิจัยปี 2025 พบอะไร และทำอะไรได้ที่บ้าน
ปุ๋ยหมักจากโรงงานมีไมโครพลาสติก 1,500-16,000 ชิ้นต่อกิโลกรัม งานวิจัยไทยปี 2025 พบในผักสลัด หัวไชเท้า มะเขือเทศ อ่านแบบไม่ตื่นตูม พร้อมวิธีลด
- งานวิจัยออสเตรเลียพบไมโครพลาสติก 1,500-16,000 ชิ้นต่อกิโลกรัมในขยะอินทรีย์ที่ผ่านการแปรรูป ส่วนใหญ่เป็นเศษชิ้นและเส้นใยขนาด 20-500 ไมโครเมตร
- เศษบางชิ้นตรงกับถุงที่ขายว่าย่อยสลายได้ ผู้วิจัยจึงสงสัยว่าเป็นแหล่งหนึ่ง
- งานวิจัยของทีมไทยปี 2025 ปลูกผักสลัด หัวไชเท้า และมะเขือเทศ ด้วยปุ๋ยหมัก 4 ชนิด พบไมโครพลาสติกในส่วนที่กินได้ และแต่ละตัวอย่างต่างกันมาก
- ยังไม่มีเกณฑ์ความปลอดภัย สิ่งที่ทำได้คือกันพลาสติกออกจากปุ๋ยหมักของเรา ตรวจดูปุ๋ยหมักที่ซื้อ และไม่ต้องตื่นตูม
ปุ๋ยหมักมีไมโครพลาสติกปนได้ และบางส่วนไปอยู่ในผักที่ปลูกด้วยได้ แต่นี่เป็นผลวิจัยระยะแรก ไม่ใช่เหตุผลให้เลิกทำปุ๋ยหมัก งานวิจัยออสเตรเลียปี 2025 นับได้ 1,500-16,000 ชิ้นต่อขยะอินทรีย์ที่แปรรูปแล้ว 1 กิโลกรัม งานวิจัยของทีมนักวิจัยไทยปี 2025 พบอนุภาคในส่วนที่กินได้ของผักสลัด หัวไชเท้า และมะเขือเทศ ที่ปลูกด้วยปุ๋ยหมักที่ปนเปื้อน ทางแก้ที่ทำได้จริงคือคัดวัตถุดิบ กันพลาสติกออกจากของที่จะหมัก และดูให้ดีก่อนซื้อ
บทนี้เป็นบทที่สี่ของเส้นทาง “เรื่องใหม่จากงานวิจัยเกษตร ที่คนปลูกผักควรรู้” ดูว่าสองงานวิจัยวัดอะไร ตัวเลขหมายถึงอะไรสำหรับกระถางหรือแปลงหนึ่ง อะไรที่ยังไม่รู้ และทำอะไรได้ที่บ้าน
ไมโครพลาสติกคืออะไร
ไมโครพลาสติกคือชิ้นพลาสติกขนาดเล็กกว่า 5 มม. ตามที่ FAO ใช้ พลาสติกชิ้นใหญ่ค่อย ๆ แตกเป็นชิ้นเล็ก และแตกต่อไปเป็นนาโนพลาสติกที่เล็กกว่านั้นได้อีก FAO ระบุว่าดินเกษตรน่าจะได้รับไมโครพลาสติกมากกว่าแม่น้ำและทะเลมาก แต่งานวิจัยที่ผ่านมาส่วนใหญ่ยังเน้นที่น้ำ
งานที่ 1: ในปุ๋ยหมักมีเท่าไหร่
สถาบัน Australian Rivers Institute ของ Griffith University ตรวจขยะอินทรีย์ที่ผ่านการแปรรูป รวมถึงปุ๋ยหมัก จากสถานที่ 11 แห่งในรัฐวิกตอเรีย ออสเตรเลีย ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Environmental Management ปี 2025
- ทุก 1 กิโลกรัมมีไมโครพลาสติก 1,500-16,000 ชิ้น
- ส่วนใหญ่ขนาด 20-500 ไมโครเมตร หรือ 0.02-0.5 มม. เล็กเกินกว่าจะหยิบออกด้วยมือ
- ส่วนใหญ่เป็น เศษชิ้นเล็ก จากของพลาสติกชิ้นใหญ่ และ เส้นใย จากผ้า เช่นเสื้อผ้า
- เศษบางชิ้นมีลักษณะทางกายภาพและเคมีใกล้เคียงกับถุงขยะที่ขายว่า ย่อยสลายได้ ผู้วิจัยจึงสงสัยว่าเป็นแหล่งหนึ่ง
หัวหน้าทีมวิจัยระบุว่าออสเตรเลียยังไม่มีมาตรฐานระดับประเทศเรื่องไมโครพลาสติกในขยะอินทรีย์แปรรูป ทีมเรียกร้องให้มีการเฝ้าระวัง และหยุดพลาสติกตั้งแต่ต้นทาง
งานที่ 2: ไปถึงผักไหม
ทีมจากสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ตีพิมพ์งานในวารสาร Water, Air, & Soil Pollution เดือนตุลาคม 2025 ปลูกผักสลัด หัวไชเท้า และมะเขือเทศ ด้วยปุ๋ยหมัก 4 ชนิดที่ตรวจปริมาณพลาสติกไว้แล้ว
| ผัก | ส่วนที่ตรวจ | ไมโครพลาสติกที่พบ (ชิ้นต่อกรัม น้ำหนักแห้ง) |
|---|---|---|
| ผักสลัด | ใบ | 118 ± 136 |
| หัวไชเท้า | หัว | 140 ± 130 |
| มะเขือเทศ | ผลสุก | 81 ± 90 |
งานเดียวกันพบว่าปุ๋ยหมักที่มีไมโครพลาสติกมากที่สุด ทำให้ต้นโตช้าช่วงแรกและต้นเล็กลง ผักสลัดได้รับผลกระทบมากที่สุด ส่วนรงควัตถุในใบไม่เปลี่ยน ข้อสรุปของผู้วิจัยเองระวังคำมาก คือไมโครพลาสติกสะสมในส่วนที่กินได้ แม้ปลูกช่วงสั้น ๆ และยังต้องศึกษาต่อทั้งการสะสมระยะยาวและความเสี่ยงต่อสุขภาพคน
ผลเหล่านี้เป็นของจริง แต่ยังเป็นระยะแรก มีการสำรวจปุ๋ยหมักหนึ่งงาน และการทดลองปลูกระยะสั้นหนึ่งงาน ทั้งสองงานไม่ได้กำหนดว่าระดับไหนกินได้ปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย
ตัวอย่างคำนวณ: อ่านตัวเลขให้เป็น
กระถางหนึ่งได้ไมโครพลาสติกกี่ชิ้น
- ผสมปุ๋ยหมัก 5 กิโลกรัมลงในดินปลูกกระถาง
- ฝั่งต่ำ: 5 × 1,500 = 7,500 ชิ้น
- ฝั่งสูง: 5 × 16,000 = 80,000 ชิ้น
- ต่างกันกว่าสิบเท่า ความต่างนี้มาจากต้นทาง คือคนละสถานที่ คนละวัตถุดิบ
“118 ± 136” หมายถึงอะไร ตัวเลขหลัง ± คือความกระจายระหว่างตัวอย่าง ถ้าความกระจาย (136) มากกว่าค่าเฉลี่ย (118) แปลว่าบางตัวอย่างพบน้อยมาก บางตัวอย่างพบมากกว่าค่าเฉลี่ยหลายเท่า ค่าเฉลี่ยตัวเดียวจึงบังภาพนี้ไว้ สิ่งที่บอกคือการปนเปื้อนขึ้นกับปุ๋ยหมักที่ใช้มาก ซึ่งเป็นข่าวดี เพราะวัตถุดิบเป็นสิ่งที่เราเปลี่ยนได้
ทำอะไรได้ที่บ้าน
- กันพลาสติกออกจากถังหมัก ใส่แค่เศษผักผลไม้ ใบไม้ กระดาษ และกล่องกระดาษธรรมดา อะไรที่ไม่แน่ใจว่ามีพลาสติก อย่าใส่ ดูรายละเอียดใน ทำปุ๋ยหมักจากเศษผักในบ้าน
- ระวังถุง “ย่อยสลายได้” ในถังที่บ้าน งานออสเตรเลียสงสัยว่าเป็นแหล่งหนึ่ง และกองเล็กที่บ้านมักไม่ร้อนเท่ากองใหญ่ ของที่ย่อยช้าจึงค้างอยู่นาน
- ดูปุ๋ยหมักที่ซื้อมา เทหนึ่งกำมือลงถาด ถ้าเห็นเศษฟิล์ม เส้นใย หรือพลาสติกสี แปลว่าน่าจะมีชิ้นที่มองไม่เห็นอีก ถามผู้ขายว่าใช้วัตถุดิบอะไร
- เก็บพลาสติกเก่าออกจากแปลง FAO จัดพลาสติกคลุมดินแบบไม่ย่อยสลายไว้ในกลุ่มที่ต้องจัดการก่อน พลาสติกที่ทิ้งค้างในดินจะแตกเป็นชิ้นเล็กลงเรื่อย ๆ
- ทำปุ๋ยหมักต่อไป ปุ๋ยหมักยังช่วยให้ดินร่วน อุ้มน้ำ และมีธาตุอาหาร ปัญหาอยู่ที่พลาสติกในวัตถุดิบ ไม่ใช่ตัวปุ๋ยหมัก
ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อย
- ยึดตัวเลขเดียวเป็นทั้งเรื่อง “16,000 ชิ้นต่อกิโลกรัม” คือฝั่งสูงสุดของช่วง ไม่ใช่ค่าปกติ
- คิดว่าล้างผักแล้วหาย การล้างเอาดินและฝุ่นที่ผิวออก ซึ่งยังสำคัญด้วยเหตุผลอื่น (ล้างผักให้สะอาด) แต่ไม่ถึงอนุภาคในเนื้อเยื่อพืช
- คิดว่า “ย่อยสลายได้” แปลว่าใส่กองไหนก็ได้ ป้ายบอกว่าถุงควรย่อยแบบไหน ไม่ได้รับรองว่าไม่เหลืออะไรไว้ และถุงแบบนี้เป็นแหล่งที่ถูกสงสัย
- เลิกปุ๋ยหมักแล้วใช้แต่ปุ๋ยเคมีถุง เสียประโยชน์ต่อดินไป โดยไม่ได้ลดพลาสติกในสวน
อะไรที่ยังไม่รู้
ไมโครพลาสติกที่ไปถึงผัก เข้าร่างกายคนได้เท่าไหร่ และทำอะไรในร่างกาย ยังไม่มีข้อสรุป ปริมาณที่ทำให้เกิดอันตรายก็ยังไม่ได้กำหนด จะมีงานวิจัยออกมาอีก สิ่งที่ทำได้วันนี้คือให้พลาสติกลงดินน้อยลง
แหล่งข้อมูล
- Study finds one kilogram of compost contains up to 16,000 microplastic particles — Griffith University News
- Integrated Impacts of Microplastics Contaminated Compost on Soil–Plant Systems and Bioaccumulation in Lettuce, Tomato, and Radish — Water, Air, & Soil Pollution (Springer)
- Plastics in agrifood systems: The good, the bad and the ugly — FAO
คำถามที่พบบ่อย
ควรเลิกใช้ปุ๋ยหมักไหม
ไม่ต้อง ปุ๋ยหมักยังเป็นของดีที่สุดอย่างหนึ่งสำหรับดิน ผลวิจัยชี้ว่าพลาสติกเข้ามาทางสิ่งที่ใส่ลงกองเป็นหลัก สิ่งที่ควรทำคือคัดวัตถุดิบให้สะอาดขึ้น ไม่ใช่เลิกใช้
ปุ๋ยหมักทำเองสะอาดกว่าปุ๋ยหมักที่ซื้อไหม
อาจสะอาดกว่า เพราะเราคุมสิ่งที่ใส่ลงไปได้ ตัวอย่างในออสเตรเลียมาจากสถานที่ที่แปรรูปขยะอินทรีย์รวม ซึ่งพลาสติกปนมากับเศษอาหาร ถังที่บ้านที่ใส่แค่เศษผัก ใบไม้ และกระดาษ มีช่องให้พลาสติกเข้าน้อยกว่ามาก
ล้างผักแล้วไมโครพลาสติกออกไหม
การล้างเอาดินและฝุ่นที่ผิวออกได้ แต่งานวิจัยปี 2025 รายงานว่าพบอนุภาคในเนื้อเยื่อพืช ซึ่งการล้างเข้าไม่ถึง ตอนนี้ยังไม่มีใครกำหนดว่าระดับไหนปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย สิ่งที่ได้ผลที่สุดคือลดพลาสติกที่ลงดิน
ข้อมูลเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ ผู้ตั้งครรภ์ ผู้ใช้ยาประจำ หรือมีโรคตับหรือไต ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนกินสมุนไพรมากกว่าปริมาณในอาหารปกติ